อุปกรณ์ทำเล็บชุดแรก ตะไบ บัฟเฟอร์ ที่ดันโคน สำลี แอลกอฮอล์ อะไรจำเป็น อะไรรอได้
รายการอุปกรณ์ทำเล็บเจลชุดแรกสำหรับมือใหม่ เลข grit ของตะไบคืออะไร บัฟเฟอร์กับที่ดันโคนใช้ยังไง น้ำยาอะไรต้องมี และของที่ยังไม่ต้องซื้อจนกว่าจะทำเป็น
- เลข grit ของตะไบคือความหยาบ เลขน้อย = หยาบ เล็บธรรมชาติใช้ 180-240 ส่วน 80-100 เก็บไว้สำหรับเจลหนาและอะคริลิกเท่านั้น
- ชุดแรกมีแค่ 9 อย่างก็ทาเจลครบขั้นตอนได้ ของที่เหลือรอจนทำเป็นแล้วค่อยซื้อ
- ที่ดันโคนใช้ดันเบา ๆ เอาหนังบางที่ติดหน้าเล็บออก ไม่ใช่ตัดหนัง แพทย์ผิวหนังแนะนำว่าอย่าตัดจมูกเล็บ
- สำลีไร้ขนกับแอลกอฮอล์คือของสิ้นเปลืองที่ใช้บ่อยที่สุด ซื้อให้พอ
ชุดอุปกรณ์ที่ขายเป็นกล่องมักยัดของมา 20-30 ชิ้น ครึ่งหนึ่งจะไม่ได้แตะเลยในปีแรก บทนี้ไล่ทีละชิ้นว่าแต่ละอย่างทำหน้าที่อะไรในขั้นตอนทาเจล อะไรต้องมีตั้งแต่วันแรก อะไรรอได้ และเลือกแบบไหนไม่ทำร้ายเล็บ บทก่อน ชนิดของสีและการเคลือบเล็บ สรุปว่ามือใหม่ควรเริ่มที่เจล soak-off รายการนี้จึงยึดตามนั้น
ของที่จำเป็นจริงมี 9 อย่าง นอกนั้น “ดีถ้ามี” ซื้อทีหลังเมื่อรู้แล้วว่าขาดอะไร
ตะไบ และตัวเลข grit
ตะไบคือเครื่องมือชิ้นแรก และชิ้นที่เลือกผิดบ่อยที่สุด ตัวเลขบนตะไบคือ grit ความละเอียดของผิวขัด เลขยิ่งน้อย ยิ่งหยาบ ยิ่งกินเนื้อเล็บเร็ว
| grit | ความหยาบ | ใช้กับ | อย่าใช้กับ |
|---|---|---|---|
| 80-100 | หยาบมาก | ลดความหนาและแต่งทรงอะคริลิก ฮาร์ดเจล โพลีเจล | เล็บธรรมชาติ (ปลายเล็บแตกเป็นชั้น) |
| 150-180 | กลาง | แต่งทรงเล็บธรรมชาติ ขัดเจลหนาให้เรียบ ตะไบท็อปก่อนแช่ถอด | ขัดหน้าเล็บธรรมชาติแรง ๆ |
| 240 | ละเอียด | เก็บขอบเล็บธรรมชาติ ขัดหน้าเล็บเบา ๆ ก่อนทาเบส เล็บบางหรืออ่อนแอ | ลดความหนาของเจล (ช้าเกิน) |
| 400 ขึ้นไป | ละเอียดมาก (บัฟเฟอร์) | ขัดเงา เก็บรอยตะไบ | ไม่มี |
ชุดแรกต้องการ 180 สำหรับแต่งทรงและตะไบท็อปก่อนถอด กับ 240 สำหรับขอบเล็บธรรมชาติ ตะไบสองหน้า 180/240 ชิ้นเดียวก็จบ ตะไบ 100 ยังไม่ต้องซื้อจนกว่าจะทำบิลเดอร์หรือโพลีเจล
วิธีใช้ที่ถนอมเล็บ: ตะไบไปทางเดียวจากข้างสู่กลาง ไม่ถูไปมาเหมือนเลื่อย และวางตะไบตั้งฉากกับขอบเล็บ ไม่เฉียงเข้าหาใต้เล็บ
บัฟเฟอร์
ตะไบละเอียดมากที่มีแกนโฟม ใช้ “ขัดเงาออก” จากหน้าเล็บก่อนทาเบส ให้เจลยึดได้ แค่หายเงาเท่านั้น ไม่ใช่ขัดจนบาง และใช้เก็บรอยตะไบที่ขอบ เลือก 180-240 ขึ้นไป ถ้าเป็นบล็อก 4 ด้านที่มีด้านหยาบ 100 ติดมา ให้จำว่าด้านนั้นไม่ใช่สำหรับเล็บธรรมชาติ
ที่ดันโคน และกรรไกร
ที่ดันโคนใช้ดันหนังรอบโคนเล็บกลับเบา ๆ และเขี่ยหนังบาง ๆ ที่ติดบนหน้าเล็บออก (จุดที่เจลร่อนก่อนเสมอ) มีสองแบบ
- ไม้ส้ม (ไม้ปลายเฉียง) ถูก นุ่ม ไม่ขูดเล็บ ใช้แล้วทิ้ง เหมาะกับมือใหม่ที่สุด
- โลหะ ทนและทำความสะอาดได้ แต่ขูดหน้าเล็บเป็นรอยถ้าลงแรง ปลายอีกด้านที่เป็นใบคมไม่ควรใช้จนกว่าจะชำนาญ
หลักที่แพทย์ผิวหนังย้ำ: ดันได้ แต่ไม่ตัด จมูกเล็บคือด่านกันเชื้อโรค ตัดแล้วเสี่ยงอักเสบ ดันเบา ๆ หลังอาบน้ำตอนหนังนิ่มจะง่ายและปลอดภัยกว่า ด้วยเหตุนี้ คีมตัดหนัง จึงไม่อยู่ในรายการจำเป็น ส่วนความยาวเล็บใช้กรรไกรหรือคีมตัดเล็บที่มีอยู่แล้วที่บ้าน ตัดเฉพาะปลายเล็บ ถ้ามีเศษหนังฉีกลอยขึ้นมา ตัดเฉพาะเส้นนั้น อย่าตัดลึก
แผ่นเช็ดไร้ขน (lint-free wipes)
แผ่นที่ไม่ทิ้งเส้นใย ใช้ 2 จุดทุกครั้งที่ทา: เช็ดหน้าเล็บก่อนทาเบส และเช็ดชั้นเหนียวหลังอบท็อป (ถ้าเป็นท็อปแบบเช็ด) สำลีก้อนธรรมดาจะทิ้งขุยบนเจลที่ยังเหนียวและทำให้ด้าน หนึ่งครั้งใช้ 3-5 แผ่น ซื้อห่อใหญ่
แอลกอฮอล์ หรือน้ำยาเช็ดเจล
ทั้งสองอย่างทำหน้าที่เดียวกัน: ล้างน้ำมันออกจากหน้าเล็บก่อนทา และเช็ดชั้นเหนียวหลังอบ
- ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ (IPA) ความเข้มข้น 70% ขึ้นไป ช่างส่วนใหญ่ใช้ 90% ขึ้นไปเพราะน้ำน้อย ระเหยเร็ว ไม่ทิ้งคราบ ถูกและหาง่าย
- น้ำยาเช็ดเจล (gel cleanser) มักเป็น IPA ผสมตัวทำละลายอื่น เช่น อะซิโตนเล็กน้อย เพื่อละลายน้ำมันได้หลายชนิดกว่า บางยี่ห้อออกแบบให้ใช้คู่กับเจลของตัวเอง
ชุดแรกเลือกอย่างเดียว IPA ขวดเดียวครอบคลุมได้ ทั้งคู่ทำให้หน้าเล็บและผิวรอบเล็บแห้งชั่วคราว บนหน้าเล็บคือสิ่งที่ต้องการ บนผิวไม่ใช่ ทาออยล์หลังเสร็จงาน
อะซิโตนและฟอยล์ สำหรับถอด
เจล soak-off ถอดด้วย อะซิโตน (น้ำยาล้างเล็บแบบมีอะซิโตน หรืออะซิโตนสำหรับงานเล็บ) ชุบสำลี วางบนเล็บที่ตะไบท็อปแล้ว ห่อฟอยล์ 10-15 นาที แพทย์ผิวหนังแนะนำให้แช่เฉพาะปลายนิ้วหรือห่อฟอยล์ ไม่จุ่มทั้งมือ เพื่อลดการสัมผัสผิว ฟอยล์ ใช้ฟอยล์ครัวตัดเป็นชิ้นราว 8x8 ซม. ได้ ไม่ต้องซื้อแบบสำเร็จ
รายการชุดแรก 9 อย่าง
| # | อุปกรณ์ | ใช้ในขั้นตอน | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 1 | ตะไบ 180/240 | แต่งทรง, ตะไบท็อปก่อนถอด | ใช้คนเดียว เปลี่ยนเมื่อสึก |
| 2 | บัฟเฟอร์ 180-240+ | ขัดเงาออกก่อนทาเบส | ขัดแค่หายเงา |
| 3 | ไม้ส้ม หรือที่ดันโคน | ดันโคน เอาหนังบางออก | ไม่ตัดหนัง |
| 4 | กรรไกร/คีมตัดเล็บ | ตัดความยาว | ที่มีอยู่แล้วใช้ได้ |
| 5 | แผ่นเช็ดไร้ขน | เช็ดก่อนทา, เช็ดชั้นเหนียว | ของสิ้นเปลืองหลัก |
| 6 | IPA หรือน้ำยาเช็ดเจล | เช็ดก่อนทา, เช็ดชั้นเหนียว | เลือกอย่างเดียว |
| 7 | อะซิโตน + ฟอยล์ | ถอด | ฟอยล์ครัวใช้ได้ |
| 8 | เครื่องอบที่เข้ากับเจล | อบทุกชั้น | ดู UV กับ LED |
| 9 | เบส สี ท็อป (ระบบเดียวกัน) | ทา | เริ่มจากสีเดียว |
เพิ่มอีกชิ้นที่ไม่ใช่เครื่องมือแต่ควรมีตั้งแต่วันแรก: ออยล์บำรุงรอบเล็บ ทาหลังเสร็จและหลังถอดทุกครั้ง เพราะแอลกอฮอล์และอะซิโตนทำให้ผิวแห้ง
ยังไม่ต้องซื้อ
- เครื่องกรอเล็บ (e-file) รอจนทำเจลธรรมดาเป็น การกรอของมือใหม่คือสาเหตุอันดับต้นของเล็บบาง (บทที่ 3)
- คีมตัดหนัง ดูหัวข้อที่ดันโคน
- ทิป ฟอร์ม บิลเดอร์ โพลีเจล งานต่อเล็บ (บทที่ 11)
- ไพรเมอร์ / ดีไฮเดรเตอร์ ซื้อเมื่อฉลากเจลที่เลือกบอกให้ใช้ (บทที่ 7)
- แปรงลายเส้น ปากกาจุด แม่เหล็ก งานลวดลาย รอให้ทาสีพื้นเรียบก่อน
- ตะไบ 80-100 จนกว่าจะทำบิลเดอร์หรืออะคริลิก
ตัวอย่าง: ชุดแรกใช้ไปเท่าไหร่ในหนึ่งเดือน
สมมติทาเจลเองสองรอบและถอดสองรอบ
| ของสิ้นเปลือง | ต่อครั้ง | ต่อเดือน (ทา 2 + ถอด 2) |
|---|---|---|
| แผ่นเช็ดไร้ขน / สำลีก้อน | ทา 4 แผ่น / ถอด 10 ก้อน | 8 แผ่น + 20 ก้อน |
| IPA | ราว 5 มล. ต่อการทา | 10 มล. |
| อะซิโตน | ราว 15-20 มล. ต่อการถอด | 30-40 มล. |
| ฟอยล์ 8x8 ซม. | 10 ชิ้นต่อการถอด | 20 ชิ้น |
| ตะไบ 180/240 | ชิ้นเดิม | เปลี่ยนเมื่อสึก มักหลายเดือน |
ของที่หมดเร็วคือแผ่นเช็ดกับอะซิโตน ไม่ใช่เครื่องมือ กล่องใหญ่ที่ให้เครื่องมือ 30 ชิ้นแต่แผ่นเช็ด 20 แผ่น จึงหมดของที่ใช้จริงภายในเดือนแรก
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
| สิ่งที่เกิด | เพราะอะไร |
|---|---|
| ปลายเล็บแตกเป็นชั้นหลังตะไบ | ใช้ตะไบหยาบ (80-100) หรือตะไบโลหะกับเล็บธรรมชาติ หรือถูไปมา |
| เจลร่อนจากโคนตั้งแต่สัปดาห์แรก | ไม่ได้เอาหนังบางบนหน้าเล็บออก หรือแตะหน้าเล็บหลังเช็ดแอลกอฮอล์แล้ว |
| หน้าเล็บบางลงเรื่อย ๆ | ขัดด้วยบัฟเฟอร์จนเป็นรอยขาว ทั้งที่แค่หายเงาก็พอ |
| ท็อปด้านหลังเช็ด | ใช้สำลีมีขุย หรือใช้แผ่นเดิมเช็ดชั้นเหนียวซ้ำหลายนิ้ว |
| รอบเล็บแดงเจ็บ | ตัดหนังหรือดันแรง ควรดันเบา ๆ ตอนหนังนิ่มเท่านั้น |
| ใช้ตะไบร่วมกับคนในบ้าน | ตะไบและบัฟเฟอร์ล้างฆ่าเชื้อยาก ควรเป็นของส่วนตัวหรือใช้แล้วทิ้ง |
ความปลอดภัย
IPA และอะซิโตนติดไฟได้ เก็บห่างความร้อน ปิดฝาแน่น ใช้ในห้องที่อากาศถ่ายเท เจลในขวดและชั้นเหนียวหลังอบคือเจลที่ยังไม่แข็ง ห้ามโดนผิว เลอะให้เช็ดก่อนอบ ตะไบและบัฟเฟอร์เป็นของส่วนตัว ถ้าตัวเองมีอาการแดง บวม คัน หรือเล็บเปลี่ยนผิดปกติ หยุดและปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
บทถัดไป: เครื่องกรอเล็บ หัวกรอแต่ละชนิด รอบที่เหมาะ และมือใหม่ควรเริ่มยังไง
แหล่งข้อมูล
- Pure Nails: What grit file should I use on my nails ช่วง grit 80-100 / 180 / 240 และงานที่เหมาะ
- American Academy of Dermatology: Manicure and pedicure safety อย่าตัดหรือดันจมูกเล็บแรง ใช้เครื่องมือส่วนตัว ทาครีมหลังล้างสี
- American Academy of Dermatology: Gel manicures ถอดด้วยการแช่เฉพาะปลายนิ้วหรือห่อฟอยล์ ราว 15 นาที
- NailKnowledge: IPA (isopropyl alcohol) หน้าที่ของ IPA ในการล้างหน้าเล็บและเช็ดชั้นเหนียว การผสมกับอะซิโตน
- FDA: Nail Care Products การระบายอากาศ ความไวไฟ และการหลีกเลี่ยงไม่ให้โดนผิว
คำถามที่พบบ่อย
ใช้สำลีก้อนธรรมดาแทนแผ่นเช็ดไร้ขนได้ไหม
เช็ดทำความสะอาดหน้าเล็บก่อนทาได้ แต่เช็ดชั้นเหนียวหลังอบไม่ควร เพราะเส้นใยจะติดบนเจลที่ยังเหนียวและทำให้ท็อปด้าน ส่วนแช่ถอดใช้สำลีก้อนห่อฟอยล์ได้
ตะไบโลหะกับตะไบกระดาษทราย ต่างกันยังไง
ตะไบโลหะหยาบและแข็ง มักทำให้ขอบเล็บธรรมชาติแตกเป็นชั้น แหล่งข้อมูลช่างเล็บแนะนำตะไบแบบกระดาษทรายหรือแกนโฟมสำหรับเล็บธรรมชาติ ใช้คนเดียวและเปลี่ยนเมื่อสึก
ต้องซื้อเครื่องกรอเล็บเลยไหม
ยังไม่ต้อง ทาและถอดเจล soak-off ทำด้วยตะไบมือได้ทั้งหมด เครื่องกรอมีประโยชน์เมื่อถอดบิลเดอร์หรือโพลีเจล และต้องฝึก บทที่ 3 ของเส้นทางนี้พูดเรื่องนี้โดยเฉพาะ
เนื้อหาเป็นแนวทางทั่วไป ผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้อใช้ต่างกัน อ่านคำแนะนำบนฉลากเสมอ ถ้ามีอาการแพ้ ปรึกษาแพทย์