เครื่องกรอเล็บ อี-ไฟล์ สำหรับมือใหม่ หัวกรอ รอบหมุน และความปลอดภัย
เข้าใจเครื่องกรอเล็บก่อนเปิดสวิตช์ หัวกรอแต่ละชนิดใช้ทำอะไร รอบต่อนาทีที่เหมาะกับงานแต่ละแบบ ทิศทางหมุน วิธีเริ่มของมือใหม่ และกันความร้อน ฝุ่น กับดวงตา
- หัวกรอมีสามตระกูลหลัก คาร์ไบด์ "ขูด" ของออก เพชรกับเซรามิก "ขัด" และกระดาษทราย (sanding band) ใช้ครั้งเดียวทิ้ง
- รอบต่ำไม่ได้ปลอดภัยกว่าเสมอ รอบต่ำเกินทำให้คนกดแรงขึ้น ความร้อนมาจากแรงกดและการค้างหัวกรออยู่จุดเดียว
- มือใหม่เริ่มที่งานถอดสีเจลบนเล็บต่อก่อน ไม่กรอผิวเล็บธรรมชาติด้วยหัวกรอหยาบ และหยุดก่อนถึงชั้นเบส
- ฝุ่นจากการกรอละเอียดกว่าที่ตาเห็น ใส่หน้ากากกรองอนุภาค แว่นตา และทำในที่อากาศถ่ายเท
เครื่องกรอเล็บ (e-file หรือ nail drill) คือเครื่องมือที่ทำให้งานถอดเจล ลดความหนาของเล็บต่อ และเก็บโคนเล็บเร็วขึ้นหลายเท่า แต่ก็เป็นอุปกรณ์ที่ทำให้เล็บบางหรือเป็นรอยไหม้ได้เร็วพอกัน ถ้าใช้โดยไม่เข้าใจว่าหัวกรอแต่ละแบบทำงานยังไง และรอบไหนเหมาะกับงานไหน บทนี้ปูพื้นให้ก่อนเปิดสวิตช์ครั้งแรก ต่อจากอุปกรณ์ชุดแรกในบทที่แล้ว
ความปลอดภัย: ใส่แว่นตา หน้ากากกรองอนุภาค ทำในที่อากาศถ่ายเท และฝึกบนเล็บปลอมหรือทิปก่อนลงเล็บจริง ถ้ารู้สึกแสบ ร้อน หรือเจ็บ หยุดทันที
ส่วนประกอบของเครื่อง
เครื่องกรอมีสามส่วน ตัวเครื่อง (ปรับรอบ สลับทิศทางหมุน) ด้ามจับ (handpiece) และหัวกรอ (bit) ที่เปลี่ยนได้ หัวกรอมาตรฐานของเครื่องมืออาชีพใช้ก้านขนาด 3/32 นิ้ว (2.35 มม.) ถ้าซื้อหัวกรอแยก ให้ดูขนาดก้านนี้ก่อน
ตัวเลขที่เห็นบนหน้าปัดคือรอบต่อนาที (RPM) เครื่องทั่วไปปรับได้ตั้งแต่ 0 ถึงประมาณ 30,000-35,000 รอบ แต่งานบนเล็บจริงใช้แค่บางช่วงเท่านั้น
หัวกรอสามตระกูล
| ชนิด | ทำงานยังไง | เหมาะกับ | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|---|
| คาร์ไบด์ (carbide) | ร่องคม “ขูด” ของออกเป็นเกล็ด | ถอด builder gel, polygel, อะคริลิก ลดความหนา | แรงที่สุด ไม่ใช้บนผิวเล็บธรรมชาติ ฝุ่นเป็นเกล็ดใหญ่ ฟุ้งน้อยกว่า |
| เพชร (diamond) | เม็ดเพชรเคลือบบนโลหะ “ขัด” ออก | เก็บโคนเล็บ ดันหนังตาย ขัดผิวให้เรียบ | สึกเหมือนกระดาษทราย ทื่อแล้วต้องเปลี่ยน |
| เซรามิก (ceramic) | ร่องคมเหมือนคาร์ไบด์ แต่วัสดุสะสมความร้อนน้อยกว่า | ถอดเจล ลดความหนา เหมาะกับคนที่ไวต่อความร้อน | เบากว่า กัดช้ากว่าคาร์ไบด์เล็กน้อย ตกแล้วบิ่นได้ |
| กระดาษทราย (sanding band) | ปลอกกระดาษทรายสวมบนแกนยาง | ขัดผิวเล็บต่อ ถอดเจล | ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ล้างฆ่าเชื้อไม่ได้ ร้อนเร็วเมื่อสึก |
ความหยาบของหัวกรอดูจากแถบสีที่คอหัว ระบบที่พบบ่อยคือ เขียวหรือดำ = หยาบ (coarse) น้ำเงิน = กลาง (medium) แดง = ละเอียด (fine) เหลือง = ละเอียดมาก (extra fine) แต่ไม่ใช่ทุกยี่ห้อใช้รหัสเดียวกัน ดูคู่มือของหัวกรอที่ซื้อเสมอ
กับดักของมือใหม่คือคิดว่าหยาบกว่า = เร็วกว่า = ดีกว่า จริงแล้วรูปทรงกับความหยาบที่ถูกกับงานสำคัญกว่าความหยาบสูงสุดมาก
รูปทรงที่ควรมีก่อน
- ทรงกระบอกปลายมน (safety bit) ขอบบนลบมุม ไม่บาดหนังรอบเล็บ ใช้ถอดเจลและลดความหนา วางขนานกับหน้าเล็บ
- ทรงเปลว (flame) หรือทรงลูกบอลเล็ก สำหรับงานโคนเล็บ ทรงเปลววางทำมุมประมาณ 45 องศา ทรงลูกบอลใช้ที่ผิวหนังรอบเล็บเท่านั้น ไม่กดลงหน้าเล็บ
- แกนยางกับกระดาษทราย ไว้ขัดผิวเล็บต่อ
สามชิ้นนี้ครอบคลุมงานที่บ้านเกือบทั้งหมด ชุดหัวกรอ 30 หัวที่แถมมากับเครื่องส่วนใหญ่ใช้จริงไม่ถึงครึ่ง
รอบต่อนาทีตามงาน
ตัวเลขจากแหล่งที่สอนช่างอาชีพไม่ตรงกันทุกแหล่ง เพราะขึ้นกับหัวกรอ ชนิดของผลิตภัณฑ์ และฝีมือ ตารางนี้รวมเป็นช่วงกว้างให้เห็นภาพ เริ่มที่ปลายต่ำของช่วงเสมอ
| งาน | ช่วงรอบที่พบในแหล่งอ้างอิง | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| เก็บโคนเล็บ ดันหนังตาย (หัวเพชร) | 5,000-12,000 | แรงกดเบา ปล่อยให้หัวกรอทำงาน |
| กระดาษทรายบนเล็บธรรมชาติ | 1,000-5,000 | งานละเอียดที่ต้องฝึก มือใหม่ยังไม่ควรทำ |
| ขัดผิวให้เรียบ | 8,000-12,000 | กดเบาและสม่ำเสมอ |
| ถอดสีเจลบนเล็บ (ไม่ใช่ builder) | 8,000-20,000 | แหล่งสำหรับมือใหม่ให้ 8,000-10,000 แหล่งสำหรับช่างให้ถึง 20,000 |
| ถอด builder gel / polygel / อะคริลิก | 15,000-30,000 | เป็นงานบนตัวผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่บนเล็บ |
รอบต่ำไม่ได้แปลว่าปลอดภัยกว่าเสมอ รอบที่ต่ำเกินสำหรับงานนั้นจะกัดไม่ออก คนจึงกดแรงขึ้นและถูซ้ำที่เดิม ซึ่งเป็นต้นเหตุของความร้อนและรอยบางบนเล็บ
ทิศทางหมุน
ตัวเครื่องมีสวิตช์ forward / reverse ค่าเริ่มต้นคือ forward สำหรับคนถนัดขวา reverse มีไว้ให้คนถนัดซ้ายทำงานท่าเดียวกันได้ และหัวกรอคาร์ไบด์บางรุ่นตัดร่องไว้เฉพาะสำหรับคนถนัดซ้าย ถ้าใช้ทิศผิดกับหัวกรอ หัวจะกระเด้งและกัดไม่เรียบ
วิธีจำง่าย ๆ สำหรับมือใหม่ เลือกทิศเดียวที่ถนัด ใช้ทิศนั้นจนเป็นนิสัย แล้วค่อยลองสลับเมื่อต้องเก็บอีกด้านของเล็บที่เข้าไม่ถึง
มือใหม่ควรเริ่มยังไง
เริ่มจากงานที่ให้อภัยที่สุดก่อน คือ ลดความหนาของเจลบนเล็บปลอมหรือทิป ไม่มีผิวเล็บจริงอยู่ข้างใต้ ผิดแล้วไม่เสียอะไร
ตัวอย่างการฝึกถอดสีเจล 1 นิ้ว ด้วยหัวเซรามิกหรือคาร์ไบด์ทรงกระบอกปลายมน ความหยาบกลาง
- ตั้งรอบ 8,000 วางหัวกรอขนานกับหน้าเล็บ แรงกดเท่ากับน้ำหนักของด้ามจับเอง
- ลากจากโคนไปปลายเป็นเส้นสั้น ๆ แตะ ยก ขยับ ไม่ค้างที่เดิมเกิน 1-2 วินาที
- กรอให้ทั่วทีละชั้น ถ้ากัดไม่ออกเลย ขึ้นรอบทีละ 2,000 ไม่ใช่กดแรงขึ้น
- หยุดเมื่อเห็นชั้นเบสหรือเห็นสีเจลเหลือเป็นฟิล์มบางเท่ากันทั้งเล็บ ชั้นที่เหลือใช้ตะไบมือหรือแช่น้ำยาต่อ จะได้ไม่กินเนื้อเล็บ
- แตะหน้าเล็บด้วยนิ้วโป้งเป็นระยะ ถ้าอุ่นกว่าปกติ ยกหัวกรอออกให้เย็นก่อน
ทำบนทิปจนไม่มีรอยเป็นหลุม ไม่มีรอยลึกตรงโคน แล้วค่อยลองบนนิ้วตัวเองนิ้วเดียวที่ทาเจลไว้ รอบเดียวกัน แรงกดเดียวกัน
ความร้อน ฝุ่น ดวงตา
ความร้อน มาจากแรงเสียดทาน ตัวการหลักคือกดแรง ค้างหัวกรอจุดเดียว หัวกรอทื่อ กระดาษทรายสึก และวางหัวกรอเอียงให้ปลายจิกลงเล็บ อาการที่เรียกว่า “ring of fire” คือร่องเป็นวงบนเล็บจากการเอียงหัวกรอทรงกระบอกจิกลงหน้าเล็บ ป้องกันด้วยการวางให้ขนานและทำงานด้วยส่วนท้องของหัวกรอ ไม่ใช่ปลาย
ฝุ่น จากการกรอมีทั้งเจล อะคริลิก ผิวหนัง และอาจมีเชื้อปนอยู่ อนุภาคส่วนใหญ่เล็กกว่าที่ตามองเห็น (ตาคนเห็นได้ถึงราว 10 ไมครอน) จึงเข้าปอดได้ หน้ากากที่แหล่งด้านสุขอนามัยช่างเล็บแนะนำคือหน้ากากกรองอนุภาคประเภท N95 ไม่ใช่หน้ากากกระดาษหรือหน้ากากอนามัยธรรมดา และหน้ากากไม่แทนการระบายอากาศ เปิดหน้าต่าง หรือใช้พัดลมดูดฝุ่นที่โต๊ะ หากทำบ่อย
ดวงตา เศษเจลและกระดาษทรายที่หลุดกระเด็นได้ แว่นตานิรภัยธรรมดาก็พอ ใส่ทุกครั้งที่เครื่องหมุน
ถ้าผิวรอบเล็บแดง แสบ หรือเล็บเจ็บหลังกรอ ให้หยุดใช้สักพัก ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหรือมีตุ่มพอง ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
ดูแลหัวกรอ
หลังใช้ ปัดฝุ่นออกจากร่องด้วยแปรง ล้างน้ำอุ่นผสมสบู่ แล้วแช่น้ำยาฆ่าเชื้อตามเวลาที่ฉลากกำหนด (น้ำยาระดับใช้ในสถานพยาบาลมักระบุราว 10 นาที) ล้าง เช็ดให้แห้งสนิท เก็บในกล่องมีฝา กระดาษทรายทิ้งหลังใช้ทุกครั้ง ห้ามจุ่มด้ามจับลงน้ำ เช็ดเปลือกนอกเท่านั้น และอย่าใช้อะซิโตนเช็ดตัวเครื่อง ใช้แอลกอฮอล์แทน รายละเอียดการฆ่าเชื้ออยู่ในบทสุขอนามัยอุปกรณ์
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
| อาการ | สาเหตุที่พบบ่อย | แก้ |
|---|---|---|
| ร้อนวูบ แสบเล็บ | กดแรง ค้างจุดเดียว หัวกรอทื่อ | ยกออก รอเย็น ลดแรงกด ขยับตลอด เปลี่ยนหัวที่สึก |
| ร่องเป็นวงที่โคนเล็บ | เอียงปลายหัวกรอจิกลงเล็บ | วางขนาน ใช้ท้องหัวกรอ |
| เล็บบางลงหลังถอดเจล | กรอทะลุชั้นเบสเข้าเนื้อเล็บ | หยุดที่ชั้นเบส ที่เหลือใช้ตะไบมือหรือแช่ |
| หัวกรอกระเด้ง เสียงแหลม | ทิศหมุนไม่ตรงกับหัวกรอ หัวใส่ไม่สุด หรือเครื่องสั่น | เช็กทิศและล็อกหัวกรอให้แน่นก่อนเปิด |
| ไอฝุ่นเต็มโต๊ะ จาม แสบตา | ไม่ใส่หน้ากากและแว่น ไม่มีลมถ่ายเท | N95 แว่นตา เปิดหน้าต่าง หรือพัดลมดูดฝุ่น |
| กัดไม่ออก ยิ่งกดยิ่งร้อน | รอบต่ำเกินหรือหัวละเอียดเกินสำหรับงาน | ขึ้นรอบทีละ 2,000 หรือเปลี่ยนเป็นหัวหยาบขึ้น |
บทถัดไปกลับมาเรื่องสี ชนิดของสีเจล ว่าสีทึบ jelly glitter cat-eye และ chrome ทาต่างกันตรงไหน
แหล่งข้อมูล
- Katie Barnes Academy, A guide to choosing the right speed for every nail technique
- Katie Barnes Academy, How to avoid heat spikes and friction when e-filing
- Young Nails, Nail drill bit guide
- NailKnowledge, Nail dust: the risks and the protection
- Nail technician exam study guide, Electric filing techniques and safety
คำถามที่พบบ่อย
มือใหม่จำเป็นต้องมีเครื่องกรอไหม
ไม่จำเป็น ถ้าทำเจลสีบนเล็บตัวเองอย่างเดียว ตะไบกับการแช่น้ำยาก็พอ เครื่องกรอคุ้มเมื่อต้องถอดเจลบ่อย ทำเล็บต่อ หรือต้องการเก็บโคนเล็บเร็วขึ้น ซื้อแล้วต้องมีเวลาฝึกด้วย
เครื่องราคาถูกที่ขายทั่วไปรอบสูงสุด 35,000 รอบ ใช้ได้ไหม
ตัวเลขรอบสูงสุดไม่สำคัญเท่าความนิ่งของเครื่องและการปรับรอบได้ละเอียด งานบนเล็บจริงใช้ไม่เกินช่วงกลาง ๆ อยู่แล้ว เครื่องที่สั่นหรือหัวกรอส่ายทำให้เกิดความร้อนและรอยได้ง่ายกว่า
ทำไมกรอแล้วรู้สึกร้อนวูบ
เป็นความร้อนจากแรงเสียดทาน มักเกิดจากกดแรง ค้างหัวกรอจุดเดียว หัวกรอทื่อ หรือรอบต่ำเกินจนต้องกดชดเชย ให้ยกหัวกรอออก รอให้เย็น แล้วทบทวนทั้งสามข้อก่อนทำต่อ
เนื้อหาเป็นแนวทางทั่วไป ผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้อใช้ต่างกัน อ่านคำแนะนำบนฉลากเสมอ ถ้ามีอาการแพ้ ปรึกษาแพทย์