สระผมให้ถูก แชมพู ที่หนังศีรษะ ครีมนวด ที่ปลายผม และรังแคแบบไหนควรหาหมอ
สระบ่อยแค่ไหนขึ้นกับความมันของหนังศีรษะ แชมพูใช้ที่หนังศีรษะ ครีมนวดใช้ที่ความยาวผม น้ำอุ่นไม่ใช่น้ำร้อน และรังแคแบบไหนควรไปพบแพทย์ผิวหนัง
- ความถี่ในการสระขึ้นกับหนังศีรษะมันหรือแห้ง ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน
- แชมพูนวดที่หนังศีรษะ ปล่อยให้ฟองไหลผ่านความยาวผมตอนล้าง ครีมนวดใช้ที่ความยาวและปลายผม
- ใช้น้ำอุ่น ไม่ใช่น้ำร้อน และอย่าเช็ดผมด้วยการขยี้ผ้าขนหนู
- รังแคที่ใช้แชมพูขจัดรังแคตามฉลากแล้วไม่ดีขึ้น หรือเป็นหนัก ควรไปพบแพทย์ผิวหนัง
สระผมให้ถูกมีหลักง่าย ๆ สี่ข้อ สระบ่อยตามความมันของหนังศีรษะ แชมพูใช้ที่หนังศีรษะ ครีมนวดใช้ที่ความยาวผม และใช้น้ำอุ่นแทนน้ำร้อน คนที่มีรังแคใช้แชมพูขจัดรังแคตามฉลากก่อน ถ้าไม่ดีขึ้นค่อยไปพบแพทย์ผิวหนัง บทนี้อธิบายเหตุผลของแต่ละข้อ และจุดที่คนมักทำพลาด
แชมพูมีไว้ล้างหนังศีรษะ ไม่ใช่ขัดเส้นผม
สิ่งที่ต้องล้างจริง ๆ อยู่ที่หนังศีรษะ ทั้งน้ำมัน เซลล์ผิวที่หลุด และคราบผลิตภัณฑ์ สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน (AAD) แนะนำให้ใช้แชมพูที่หนังศีรษะ ไม่ต้องถูไปทั้งความยาวผม เพราะจะทำให้ผมแห้ง
วิธีทำ
- เปิดน้ำให้หนังศีรษะและผมเปียกทั่ว
- เทแชมพูใส่มือ ถูให้กระจาย แล้วนวดที่หนังศีรษะด้วยปลายนิ้ว ไม่ใช้เล็บเกา
- ตอนล้าง ปล่อยให้น้ำพาฟองไหลผ่านความยาวผมลงไปเอง ส่วนนั้นสะอาดพอแล้ว
- ล้างให้หมด โดยเฉพาะโคนผมและท้ายทอย ไม่ให้มีแชมพูค้างบนหนังศีรษะ
สระบ่อยแค่ไหน ดูที่หนังศีรษะของตัวเอง
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ถูกสำหรับทุกคน AAD ให้แนวทางตามสภาพผมและหนังศีรษะไว้ดังนี้
| สภาพผมและหนังศีรษะ | แนวทาง |
|---|---|
| ผมตรง หนังศีรษะมัน | สระได้ทุกวัน |
| ผมแห้ง หยิก หนา หรือมีลอนแน่น | สระเมื่อจำเป็น แต่อย่างน้อยทุก 2-3 สัปดาห์ |
| มีขุยรังแค | อาจเกิดจากสระห่างเกิน หรือใช้ครีมนวดหรือน้ำมันที่ไม่เหมาะกับผม |
อากาศร้อนชื้นและเหงื่อออกทั้งวันทำให้หลายคนต้องสระถี่กว่าคนในเมืองหนาว ตรงนี้ปกติ ใช้ความรู้สึกของหนังศีรษะเป็นตัวตัดสิน ถ้ามันเยิ้มหรือมีกลิ่นก็สระ ถ้าผมแห้งกรอบแต่หนังศีรษะยังสบายดีก็เว้นได้
ครีมนวดใช้ที่ความยาวผม
ครีมนวดช่วยลดการเสียดสีระหว่างเส้นผม ทำให้หวีง่ายขึ้นและผมพันกันน้อยลง จึงควรใช้หลังสระทุกครั้ง ส่วนที่ต้องการคือความยาวผมและปลายผม ไม่ใช่หนังศีรษะ
- ผมเส้นเล็กหรือผมตรง ใช้ที่ปลายผม ถ้าทาถึงโคนผมอาจดูลีบและมัน
- ผมแห้งหรือผมหยิก ใช้ได้ทั้งความยาว
- ล้างออกให้หมด เว้นแต่เป็นแบบไม่ต้องล้างที่ฉลากบอกไว้
หลังล้าง ใช้ผ้าขนหนูห่อผมให้ซับน้ำ อย่าขยี้ ผมเปียกเปราะกว่าตอนแห้ง ถ้าต้องสางผม ใช้หวีซี่ห่าง เริ่มจากปลายผมแล้วไล่ขึ้นมา ผมตรงรอให้หมาดก่อนค่อยหวี ส่วนผมหยิกหรือลอนแน่นหวีตอนยังชื้นจะง่ายกว่า
น้ำอุ่น ไม่ใช่น้ำร้อน
หนังศีรษะคือผิวหนังเหมือนส่วนอื่นของร่างกาย AAD แนะนำสำหรับคนผิวแห้งว่าให้อาบน้ำไม่เกิน 5-10 นาที และใช้น้ำอุ่น ไม่ใช่น้ำร้อน หลักเดียวกันใช้กับหนังศีรษะได้ คือใช้น้ำอุ่นพอสบาย ถ้ารู้สึกว่าร้อนจนผิวแดงแปลว่าร้อนเกินไป
แชมพูที่หนังศีรษะ ครีมนวดที่ปลายผม น้ำอุ่น ซับผมไม่ขยี้ สี่ข้อนี้ทำได้ทุกวันและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ตัวอย่าง: วางรอบสระสำหรับคนมีรังแค
สมมติผมตรง หนังศีรษะมัน สระทุกวัน และฉลากแชมพูขจัดรังแคบอกให้ทิ้งไว้บนหนังศีรษะ 5 นาที ใช้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง (ตัวเลขสมมติ ของจริงดูฉลาก)
| วัน | ใช้แชมพู | เวลาบนหนังศีรษะ |
|---|---|---|
| จันทร์ | ขจัดรังแค | 5 นาที |
| อังคาร | แชมพูปกติ | นวดแล้วล้าง |
| พุธ | แชมพูปกติ | นวดแล้วล้าง |
| พฤหัส | ขจัดรังแค | 5 นาที |
| ศุกร์ - อาทิตย์ | แชมพูปกติ | นวดแล้วล้าง |
ใน 1 สัปดาห์ หนังศีรษะสัมผัสตัวยาในแชมพูรวม 2 x 5 = 10 นาที ระหว่างรอ 5 นาทีใช้เวลานั้นฟอกตัวไปด้วยได้ ข้อสำคัญคือรอให้ครบเวลาที่ฉลากบอก ถ้าล้างทันทีตัวยาแทบไม่ได้ทำงาน
แนวทางของ AAD แยกตามผมไว้แบบนี้ ผมเส้นเล็ก ผมตรง หรือมัน สระบ่อยได้และใช้แชมพูขจัดรังแคประมาณสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผมหยาบ หยิก หรือลอนแน่น สระเมื่อจำเป็นและใช้แชมพูขจัดรังแคประมาณสัปดาห์ละครั้ง โดยลงเฉพาะที่หนังศีรษะเพื่อไม่ให้ผมแห้ง
รังแค แบบไหนดูแลเองได้ แบบไหนควรหาหมอ
แชมพูขจัดรังแคที่ขายทั่วไปมีตัวยาสำคัญต่างกัน เช่น zinc pyrithione, salicylic acid, selenium sulfide, ketoconazole, sulfur หรือ coal tar ถ้าตัวหนึ่งเคยได้ผลแล้วเริ่มไม่ได้ผล AAD แนะนำให้สลับกับแชมพูที่มีตัวยาต่างกัน ข้อควรรู้คือ coal tar อาจทำให้ผมสีอ่อน ผมหงอก หรือผมขาวเปลี่ยนสีได้ และแชมพูบางชนิด โดยเฉพาะกลุ่ม coal tar ทำให้หนังศีรษะไวต่อแดดขึ้น ออกแดดให้ใส่หมวก
ไปพบแพทย์ผิวหนังเมื่อ
- ใช้แชมพูขจัดรังแคตามฉลากต่อเนื่องแล้วไม่ดีขึ้น
- รังแคเป็นหนัก เช่น ขุยหนา แดงหรือคันมาก
- หนังศีรษะอักเสบเป็นหย่อม หรือมีผมร่วงเป็นหย่อมร่วมด้วย
อาการเป็นขุยที่หนังศีรษะไม่ได้มาจากรังแคธรรมดาเสมอไป อาจเป็นโรคผิวหนังอักเสบชนิดเซบอร์เรีย สะเก็ดเงิน เชื้อราที่หนังศีรษะ หรือผื่นผิวหนังอักเสบ ซึ่งต้องให้แพทย์ตรวจถึงจะรู้ บทความนี้ไม่ได้ใช้วินิจฉัยโรค
ถ้าใช้แชมพูขจัดรังแคถูกวิธีแล้วไม่ดีขึ้น อย่าเปลี่ยนยี่ห้อไปเรื่อย ๆ ให้แพทย์ผิวหนังตรวจก่อน
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
| ทำแบบนี้ | ผลที่ตามมา |
|---|---|
| ขยี้แชมพูไปทั้งความยาวผม | ผมแห้ง ฟู พันกันง่าย |
| ใช้เล็บเกาหนังศีรษะแรง ๆ | หนังศีรษะถลอก ระคายเคือง |
| ทาครีมนวดถึงโคนผม (ผมเส้นเล็ก) | ผมลีบ มันเร็ว |
| ล้างแชมพูขจัดรังแคทันที | ตัวยาไม่ได้อยู่บนหนังศีรษะนานพอ |
| ใช้น้ำร้อนจัด | หนังศีรษะแห้ง คัน |
| ขยี้ผมด้วยผ้าขนหนู | ผมเปียกเปราะ หักง่าย |
ถ้าเคยทาเล็บเจลหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีโอกาสแพ้ หลักการสังเกตอาการแพ้คล้ายกัน อ่านต่อได้ที่ แพ้เจลทาเล็บ: สัญญาณเตือนและวิธีลดความเสี่ยง
แหล่งข้อมูล
- Tips for healthy hair — American Academy of Dermatology
- How to treat dandruff — American Academy of Dermatology
- 10 hair care habits that can damage your hair — American Academy of Dermatology
- Dermatologists’ top tips for relieving dry skin — American Academy of Dermatology
- Hair cosmetics: an overview — International Journal of Trichology (PMC)
คำถามที่พบบ่อย
สระผมทุกวันผมจะเสียไหม
ถ้าผมตรงและหนังศีรษะมัน สระทุกวันได้ ถ้าผมแห้ง หยิก หรือหนา สระเมื่อจำเป็นก็พอ แต่ไม่ควรทิ้งไว้นานเกินจนหนังศีรษะมีคราบสะสม
ต้องทาครีมนวดถึงหนังศีรษะไหม
ส่วนใหญ่ไม่ต้อง ครีมนวดมีไว้ลดการเสียดสีของเส้นผม ผมเส้นเล็กหรือตรงใช้ที่ปลายผมก็พอ ผมแห้งหรือหยิกใช้ได้ทั้งความยาว แล้วล้างออกให้หมด
รังแคเป็นโรคหรือเปล่า
รังแคพบได้บ่อยและมักดีขึ้นด้วยแชมพูขจัดรังแค แต่อาการเป็นขุยอาจมาจากภาวะอื่นได้ เช่น โรคผิวหนังอักเสบหรือเชื้อราที่หนังศีรษะ ถ้าไม่ดีขึ้นให้แพทย์ผิวหนังตรวจ
เนื้อหาเป็นแนวทางทั่วไป ผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้อใช้ต่างกัน อ่านคำแนะนำบนฉลากเสมอ ถ้ามีอาการแพ้ ปรึกษาแพทย์