ล้างและฆ่าเชื้ออุปกรณ์ทำเล็บ ทำไมต้องทำแม้ทำเองคนเดียว
ลำดับที่ถูก ล้างก่อนแล้วค่อยฆ่าเชื้อ น้ำยาแบบไหน แช่นานแค่ไหน ของอะไรใช้ครั้งเดียวทิ้ง เก็บยังไงให้แห้ง และทำไมเล็บตัวเองก็มีเชื้อที่ไม่อยากส่งต่อให้นิ้วอื่น
- ล้างคราบออกก่อนเสมอ น้ำยาฆ่าเชื้อทำงานไม่ได้บนอุปกรณ์ที่ยังมีฝุ่นเล็บหรือเจลติด
- อุปกรณ์โลหะแช่น้ำยาฆ่าเชื้อให้ท่วมทั้งชิ้น ตามเวลาบนฉลาก (กฎร้านเล็บหลายที่ใช้ขั้นต่ำ 10 นาที)
- ตะไบ บัฟเฟอร์ ไม้ส้ม สำลี เป็นของใช้ครั้งเดียวหรือใช้คนเดียว ล้างให้สะอาดไม่ได้เพราะมีรูพรุน
- เก็บอุปกรณ์ที่แห้งสนิทในกล่องปิดสะอาด แยกจากของที่ยังไม่ได้ล้าง
อุปกรณ์ทำเล็บคือของที่แตะผิว แตะเล็บ และบางครั้งก็แตะเลือดจากหนังข้างเล็บที่ขาดนิดเดียว เรามักคิดว่าเรื่องฆ่าเชื้อเป็นเรื่องของร้าน แต่ชุดทำเล็บที่บ้านซึ่งเก็บไว้ในกระเป๋าทั้งที่ยังมีฝุ่นเล็บติดนั่นแหละคือจุดเสี่ยงที่ใกล้ตัวที่สุด บทนี้เล่าลำดับ ล้าง → ฆ่าเชื้อ → ทำให้แห้ง → เก็บ แบบที่ทำได้จริงที่บ้าน ยืมหลักจากกฎที่ร้านเล็บต้องทำ
ข้อควรระวัง: น้ำยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์เป็นสารเคมี ใช้ในที่อากาศถ่ายเท ใส่ถุงมือ อ่านฉลากเรื่องการผสมและเวลาแช่ และอย่าผสมน้ำยาต่างชนิดเข้าด้วยกัน รายละเอียดเรื่องสารเคมีในงานเล็บอยู่ในบทก่อนหน้า
ทำไมต้องทำ แม้ทำเองคนเดียว
CDC อธิบายว่าใต้เล็บเป็นที่สะสมสิ่งสกปรกและเชื้อโรค และการติดเชื้อที่เล็บจะเห็นเป็นอาการบวม เจ็บรอบเล็บ หรือเล็บหนาผิดปกติ จมูกเล็บ (cuticle) เป็นด่านกันเชื้อ จึงไม่ควรตัดออก แพทย์ผิวหนัง (AAD) ก็แนะนำแบบเดียวกัน คืออย่าตัดจมูกเล็บหรือดันแรง และถ้าทำเล็บบ่อยให้มีอุปกรณ์ส่วนตัว
แปลเป็นภาษาบ้าน ๆ: นิ้วเราทุกนิ้วมีเชื้อประจำถิ่น ที่ดันโคนที่ครูดฝุ่นจากนิ้วที่มีเชื้อราแล้วไปใช้กับอีกนิ้ว คีมที่ตัดหนังจนซึมเลือดแล้วเก็บชื้น ๆ ไว้สองสัปดาห์ นี่คือทางที่เชื้อย้ายที่ และถ้าใครในบ้านหยิบไปใช้ด้วย ก็กลายเป็นของใช้ร่วมโดยไม่ตั้งใจ
ล้างก่อน ค่อยฆ่าเชื้อ ลำดับนี้สลับไม่ได้
ล้าง ฆ่าเชื้อ และ sterilize ต่างกันตรงไหน
คำสามคำนี้ถูกใช้ปน ๆ กัน แต่ความหมายต่างกันมาก (ตามนิยามของ CDC)
| คำ | ทำอะไร | ที่บ้านทำได้ไหม |
|---|---|---|
| ล้าง (clean) | เอาคราบที่มองเห็นออก ฝุ่นเล็บ เจล ครีม น้ำมัน | ได้ สบู่ น้ำอุ่น แปรงเล็ก |
| ฆ่าเชื้อ (disinfect) | ทำลายเชื้อส่วนใหญ่ ยกเว้นสปอร์ของแบคทีเรีย | ได้ แช่น้ำยาฆ่าเชื้อหรือแอลกอฮอล์ตามเวลา |
| sterilize | ทำลายจุลชีพทุกรูปแบบ รวมสปอร์ | ปกติไม่ ต้องใช้เครื่องอย่าง autoclave |
เหตุที่ล้างต้องมาก่อน: CDC ระบุชัดว่าคราบที่ค้างบนผิวอุปกรณ์จะขัดขวางการทำงานของขั้นฆ่าเชื้อและ sterilize ฝุ่นเล็บหนึ่งชั้นบนคีมก็เหมือนเสื้อกันฝนให้เชื้อ
ขั้นที่ 1 ล้าง
ทำทันทีหลังใช้ ก่อนที่ฝุ่นและเจลจะแห้งติด
- ล้างด้วยน้ำอุ่นและสบู่ ใช้แปรงเล็กขัดร่องของคีมและขอบที่ดันโคน (กฎร้านเล็บของรัฐเวอร์จิเนียเขียนไว้ตรง ๆ ว่า ล้างให้ทั่วด้วยน้ำร้อนและสบู่)
- หัวกรอที่มีเจลติด แช่อะซิโตนสั้น ๆ แล้วแปรงออกก่อน
- ล้างน้ำสะอาด เช็ดให้แห้งด้วยกระดาษสะอาด เพราะน้ำที่ติดอยู่จะเจือจางน้ำยาในขั้นต่อไป
ขั้นที่ 2 ฆ่าเชื้อ
ใช้ได้กับของแข็งไม่มีรูพรุนเท่านั้น คือโลหะ แก้ว พลาสติกแข็ง
- น้ำยาฆ่าเชื้ออุปกรณ์ (ชนิดที่ร้านเล็บใช้ มักระบุว่าฆ่าแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา) ผสมตามฉลาก แช่ให้ท่วมทั้งชิ้น ตามเวลาบนฉลาก กฎร้านเล็บในสหรัฐหลายรัฐกำหนดขั้นต่ำ 10 นาที EPA อธิบายว่า “เวลาสัมผัส” (contact time) คือเวลาที่ผิวต้องเปียกน้ำยาอยู่ตลอด ถ้าแห้งก่อนถือว่ายังไม่ครบ
- แอลกอฮอล์ 60-90% ใช้ได้ที่บ้าน แต่ต้องแช่ ไม่ใช่เช็ด เพราะ CDC ระบุว่าแอลกอฮอล์ระเหยเร็ว ทำให้ได้เวลาสัมผัสยากถ้าไม่จุ่มทั้งชิ้น ต่ำกว่า 50% ฤทธิ์ตกมาก และแอลกอฮอล์ไม่ทำลายสปอร์ แช่นาน ๆ ซ้ำ ๆ ยังทำให้ยางและพลาสติกบางชนิดแข็งกรอบ ของที่มีด้ามยางจึงไม่เหมาะ
หลังแช่ ล้างหรือเช็ดตามฉลาก แล้วเช็ดให้แห้งสนิทด้วยกระดาษสะอาด
ขั้นที่ 3 ของที่ล้างไม่ได้ ใช้ครั้งเดียวหรือคนเดียว
ของที่มีรูพรุนดูดซับฝุ่นและความชื้นเข้าไปข้างใน น้ำยาเข้าไม่ถึง กฎร้านเล็บจึงให้ทิ้งหลังใช้กับลูกค้าหนึ่งคน ที่บ้านแปลว่า “ของส่วนตัว ห้ามแบ่ง”
| อุปกรณ์ | ประเภท | ทำยังไง |
|---|---|---|
| คีมตัดหนัง กรรไกร ที่ดันโคนโลหะ หัวกรอโลหะ/เซรามิก | แข็ง ไม่มีรูพรุน | ล้าง → แช่ฆ่าเชื้อ → แห้ง → เก็บ |
| ตะไบกระดาษ บัฟเฟอร์โฟม | มีรูพรุน | ส่วนตัวคนเดียว ปัดฝุ่นหลังใช้ เปลี่ยนเมื่อสึกหรือเปื้อน |
| ไม้ส้ม สำลี แผ่นเช็ด ฟอยล์ | ใช้ครั้งเดียว | ทิ้งหลังใช้ |
| sanding band ของเครื่องกรอ | ใช้ครั้งเดียว | ทิ้ง ส่วนแกนโลหะล้างและฆ่าเชื้อได้ |
| แปรงเจล | ล้างด้วยน้ำยาเช็ดเจล | ไม่แช่แอลกอฮอล์นาน ขนแปรงเสีย เก็บพ้นแสง |
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าชุดแรกควรมีอะไร ดูบทอุปกรณ์ชุดแรก
ขั้นที่ 4 ทำให้แห้งและเก็บ
กฎร้านเล็บให้เก็บอุปกรณ์ที่ฆ่าเชื้อแล้วในลิ้นชักหรือกล่องปิดที่สะอาดและแห้ง และแยกจากของที่ยังไม่ได้ล้าง ที่บ้านทำแบบนี้
- เช็ดให้แห้งสนิทก่อนเก็บทุกครั้ง ความชื้นในกล่องปิดคือที่เพาะเชื้อและทำให้คีมเป็นสนิม
- กล่องสองใบ ใบหนึ่ง “สะอาดพร้อมใช้” อีกใบ “ใช้แล้วรอล้าง” จะไม่สับสนว่าชิ้นไหนล้างแล้ว
- ล้างกล่องด้วยทุก 2-4 สัปดาห์
- หยอดน้ำมันบางเฉียบที่บานพับคีมถ้าฝืด แล้วเช็ดส่วนเกินออก
เรื่องเก็บเจลและเครื่องอบให้ไม่เสียอยู่ในบทสุดท้ายของเส้นทาง
ตัวอย่าง: หลังทำเล็บหนึ่งรอบ ใช้เวลาเท่าไหร่
สมมติใช้คีมตัดหนัง ที่ดันโคน และหัวกรอ 2 หัว แช่น้ำยาที่ฉลากบอก 10 นาที
| ขั้น | เวลา |
|---|---|
| แปรงล้างด้วยสบู่ 4 ชิ้น | 3 นาที |
| ล้างน้ำ เช็ดแห้ง | 2 นาที |
| แช่น้ำยา (ไปทาออยล์ เก็บโต๊ะ ระหว่างรอ) | 10 นาที |
| ล้าง เช็ดแห้ง เก็บกล่อง | 3 นาที |
| รวม | 18 นาที แต่ลงมือจริง 8 นาที |
ทิ้งตะไบและไม้ส้มที่เปื้อน ปัดฝุ่นบัฟเฟอร์ส่วนตัว เปลี่ยนน้ำยาในอ่างแช่ตามที่ฉลากบอก หรือทันทีถ้าขุ่นหรือมีตะกอน
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
| ที่ทำ | ปัญหา |
|---|---|
| เช็ดแอลกอฮอล์ปราด ๆ แล้วเก็บ | ระเหยก่อนครบเวลาสัมผัส และคราบใต้ฝุ่นไม่โดน |
| แช่น้ำยาทั้งที่ยังมีฝุ่นเล็บติด | คราบกันน้ำยา เชื้อใต้คราบรอด |
| เก็บคีมที่ยังหมาด ๆ ในกล่องปิด | สนิมและความชื้นให้เชื้อโต |
| ใช้ตะไบอันเดียวกันทั้งบ้าน | ของมีรูพรุน ล้างไม่ได้ กลายเป็นของใช้ร่วม |
| ตัดจมูกเล็บออกหมด | เปิดด่านกันเชื้อ ยิ่งต้องพึ่งอุปกรณ์ที่สะอาดกว่าเดิม |
| ใช้ของ “สะอาด” กับนิ้วที่มีอาการผิดปกติ แล้วใช้นิ้วอื่นต่อ | เชื้อย้ายนิ้ว ถ้าเล็บมีสีเปลี่ยน หนา หรือบวมแดง ให้พักและพบแพทย์ก่อน |
เรื่องสุขภาพ
ถ้ารอบเล็บบวม แดง เจ็บ มีหนอง หรือเล็บเปลี่ยนสี หนาขึ้น ไม่ต้องเดาว่าเป็นอะไร หยุดทำเล็บนิ้วนั้น อย่าทาเจลทับ และไปพบแพทย์หรือแพทย์ผิวหนัง อุปกรณ์ที่ใช้กับนิ้วนั้นมาแล้วให้ล้างและฆ่าเชื้อแยกต่างหาก รายละเอียดอยู่ในบทถัดไป ลักษณะเล็บที่ควรไปพบแพทย์
แหล่งข้อมูล
- CDC, Nail Hygiene: https://www.cdc.gov/hygiene/about/nail-hygiene.html
- CDC, Guideline for Disinfection and Sterilization, Definition of Terms: https://www.cdc.gov/infection-control/hcp/disinfection-sterilization/introduction-methods-definition-of-terms.html
- CDC, Chemical Disinfectants (alcohol): https://www.cdc.gov/infection-control/hcp/disinfection-sterilization/chemical-disinfectants.html
- Virginia Board for Barbers and Cosmetology, 18VAC41-20-270 Sanitation and disinfection: https://law.lis.virginia.gov/admincode/title18/agency41/chapter20/section270/
- American Academy of Dermatology, Manicure and pedicure safety: https://www.aad.org/public/skin-hair-nails/nail-care/manicure-safety
- EPA, Selected EPA-Registered Disinfectants (contact time): https://www.epa.gov/pesticide-registration/selected-epa-registered-disinfectants
คำถามที่พบบ่อย
ทำเล็บเองคนเดียว ไม่แบ่งใครใช้ ยังต้องฆ่าเชื้อไหม
ยังต้อง ใต้เล็บและผิวรอบเล็บมีแบคทีเรียและเชื้อราอยู่เป็นปกติ อุปกรณ์ที่ตัดโดนผิวหรือครูดฝุ่นเล็บแล้วเก็บชื้น ๆ คือที่ให้เชื้อโต ครั้งถัดไปถ้ามีแผลเล็ก ๆ ที่หนังข้างเล็บ เชื้อก็เข้าได้ อย่างน้อยล้างให้สะอาด แช่แอลกอฮอล์ และเก็บให้แห้ง
เช็ดแอลกอฮอล์ครั้งเดียวพอไหม
การเช็ดเร็ว ๆ แอลกอฮอล์ระเหยไปก่อนจะได้เวลาสัมผัส ถ้าจะใช้แอลกอฮอล์ให้แช่ทั้งชิ้นในแอลกอฮอล์ 60-90% และอย่าลืมว่าแอลกอฮอล์ไม่ทำลายสปอร์ของแบคทีเรีย ร้านเล็บจึงใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนและแช่ตามเวลาบนฉลากแทน
ตะไบล้างแล้วใช้ต่อได้ไหม
ตะไบกระดาษ บัฟเฟอร์โฟม และไม้ส้มมีรูพรุน ล้างและฆ่าเชื้อให้ทั่วไม่ได้ ใช้ส่วนตัวคนเดียวและเปลี่ยนเมื่อสึกหรือเปื้อน ถ้าใช้กับคนอื่นให้ทิ้งหลังใช้หนึ่งครั้ง
เนื้อหาเป็นแนวทางทั่วไป ผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้อใช้ต่างกัน อ่านคำแนะนำบนฉลากเสมอ ถ้ามีอาการแพ้ ปรึกษาแพทย์