บทความ › ใช้อย่างปลอดภัย

ปรอทในเครื่องสำอาง ต้องเป็นศูนย์ กติกา มินามาตะ ใหม่ และวิธีดู ครีมหน้าขาวเถื่อน

อนุสัญญามินามาตะตัดเกณฑ์ 1 ppm ทิ้ง ปรอทในเครื่องสำอางต้องเป็นศูนย์ แต่ อย. ยังเจอในครีมหน้าขาวที่ขายออนไลน์ สัญญาณเตือน และวิธีเช็กเลขจดแจ้ง

มือใหม่ อ่าน 6 นาที 23 ตุลาคม 2569 ความงามเรื่องใหม่ 2026 กฎ งานวิจัย และเทรนด์ที่ต้องรู้ · บทที่ 12/20

อ่านจบแล้วจะรู้
  • ที่ประชุมภาคีอนุสัญญามินามาตะครั้งที่ 5 (COP-5) ปี 2566 ตัดเกณฑ์ 1 ppm ทิ้ง ทำให้ชัดว่าห้ามเติมปรอทในเครื่องสำอางเลย
  • ในไทย ปรอทเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอางอยู่แล้ว แต่ อย. ยังตรวจเจอในครีมที่สั่งซื้อจากร้านออนไลน์
  • ครีมที่ไม่มีฉลากภาษาไทย ไม่มีเลขจดแจ้ง เลขไม่ตรงกับสินค้า หรือสัญญาว่าขาวเร็วผิดปกติ คือสัญญาณเตือน
  • ใช้แล้วผื่นขึ้น ผิวบาง ผิวคล้ำหรือด่าง ให้หยุดใช้ เก็บกระปุกไว้ และไปพบแพทย์

ปรอทในเครื่องสำอางตอนนี้ต้องเป็นศูนย์ ที่ประชุมภาคีอนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอท ครั้งที่ 5 (COP-5) ปลายปี 2566 ตัดเกณฑ์ “เกิน 1 ppm” ทิ้ง ทำให้ชัดว่าห้ามเติมปรอทในเครื่องสำอางเลย ในไทยปรอทเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอางมานานแล้ว แต่ อย. ยังตรวจเจอในครีมหน้าขาวที่ขายออนไลน์ บทนี้เล่าว่ากติกาเปลี่ยนยังไง ทำไมยังเจอ และดูยังไงก่อนซื้อ

2556รับรองอนุสัญญามินามาตะ2560ไทยเข้าเป็นภาคี2566COP-5 ตัดเกณฑ์ 1 ppm ในเครื่องสำอาง25 เม.ย. 2568การแก้ไขมีผล
จาก "ไม่เกิน 1 ppm" สู่ "ห้ามเติมปรอทเลย"

กติกาโลกเปลี่ยนยังไง

อนุสัญญามินามาตะรับรองในปี 2556 (ค.ศ. 2013) ตั้งชื่อตามอ่าวมินามาตะในญี่ปุ่น ที่น้ำเสียปนปรอทจากโรงงานทำให้คนหลายพันคนป่วยหนักในกลางศตวรรษที่ 20 อนุสัญญามีผลตั้งแต่ 16 สิงหาคม 2560

ช่วงกติกาเรื่องเครื่องสำอาง
ก่อน COP-5ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก เครื่องสำอางที่มีปรอทเกิน 1 ppm รวมสบู่และครีมทาผิวขาว
COP-5 เจนีวา 30 ต.ค.-3 พ.ย. 2566ตัดเกณฑ์ 1 ppm ทิ้ง ทำให้ชัดว่าห้ามเติมปรอทในเครื่องสำอาง
25 เม.ย. 2568การแก้ไขภาคผนวกของ COP-5 มีผลกับภาคี (ยกเว้นภาคีที่มีเงื่อนไขเฉพาะ)

ไทยอยู่ตรงไหน ไทยเข้าเป็นภาคีเมื่อ 22 มิถุนายน 2560 และอนุสัญญามีผลกับไทยตั้งแต่ 20 กันยายน 2560 ตอนเข้าเป็นภาคี ไทยแถลงไว้ว่าการแก้ไขภาคผนวกจะมีผลกับไทยเมื่อไทยยื่นสัตยาบันสารของการแก้ไขนั้นเท่านั้น แต่สำหรับผู้ซื้อ เรื่องนี้ไม่ได้เปลี่ยนอะไร เพราะกฎหมายไทยกำหนดให้สารประกอบของปรอทเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอางอยู่แล้ว และ อย. ใช้เกณฑ์นี้ตรวจและประกาศผลเมื่อพบ

ตัวอย่าง: 1 ppm กับที่เจอจริง ต่างกันแค่ไหน

1 ppm (ส่วนในล้านส่วน) = 1 มิลลิกรัมต่อ 1 กิโลกรัม ลองคิดกับครีมกระปุก 15 กรัม (ขนาดสมมติ)

  1. ที่ 1 ppm: 15 กรัม = 0.015 กิโลกรัม → 1 × 0.015 = 0.015 มิลลิกรัม
  2. ปี 2566 กลุ่มองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมสั่งซื้อครีมทาผิวขาวที่น่าสงสัย 213 รายการจากแพลตฟอร์มออนไลน์ 23 แห่ง ในหลายประเทศ รวมถึงไทย พบ 191 รายการ (90%) มีปรอทเกิน 1 ppm สูงสุดถึง 74,800 ppm
  3. 74,800 ppm = 74,800 ÷ 1,000,000 = 7.48% → 15 กรัม × 0.0748 = 1.12 กรัม
  4. เทียบกัน 1.12 กรัม = 1,120 มิลลิกรัม ÷ 0.015 มิลลิกรัม ≈ 74,700 เท่า ของเกณฑ์เดิม

ตัวเลขนี้บอกว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ปรอทปนเปื้อนเล็กน้อย แต่อยู่ที่ครีมเถื่อนที่ใส่ปรอทเป็นส่วนผสมหลักเพื่อให้ผิวขาวเร็ว การตัดเกณฑ์เหลือศูนย์จึงทำให้ไม่มีช่องให้อ้างว่า “มีนิดเดียว”

ทำไมไทยยังเจอ

ปรอททำให้ผิวขาวเพราะไปกดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ครีมเถื่อนจึงใส่ไว้เพื่อให้เห็นผลเร็ว องค์การอนามัยโลกระบุว่าแม้ในประเทศที่คุมเข้ม สินค้าแบบนี้ก็ยังโฆษณาและขายผ่านอินเทอร์เน็ต

ตัวอย่างในไทย: เดือนมกราคม 2567 อย. ประกาศผลตรวจเครื่องสำอาง 16 รายการที่สั่งซื้อจากร้านค้าออนไลน์ พบสารห้ามใช้ทั้งหมด ทั้งสารประกอบของปรอท สเตียรอยด์ ไฮโดรควิโนน และกรดเรทิโนอิก บางรายการหมดอายุหรือไม่ระบุวันหมดอายุ อย. เตือนว่าครีมที่ผสมปรอทอาจทำให้แพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง และเกิดพิษสะสม ทำให้ทางเดินปัสสาวะและไตอักเสบ

องค์การอนามัยโลกระบุว่าผลต่อไตที่มีรายงานมีตั้งแต่โปรตีนในปัสสาวะจนถึงไตวาย และรายงานของกลุ่มองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมย้ำว่าปรอทเป็นพิษต่อระบบประสาท ใช้นานอาจกระทบตา ปอด ไต ระบบย่อยอาหาร และภูมิคุ้มกัน

ครีมที่ทำให้ขาวเร็วผิดปกติ ไม่ใช่สูตรดี แต่เป็นสัญญาณให้สงสัย

สัญญาณเตือนก่อนซื้อ

สิ่งที่เห็นทำไมต้องระวัง
ไม่มีฉลากภาษาไทย หรือมีแต่ไม่ครบกฎหมายกำหนดให้มีชื่อเครื่องสำอาง ประเภท ส่วนผสม วิธีใช้ ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ปริมาณ ครั้งที่ผลิต เดือนปีที่ผลิต และเลขจดแจ้ง
ไม่มีเลขจดแจ้ง หรือค้นในระบบ อย. ไม่เจอขายเครื่องสำอางที่ไม่ได้จดแจ้งไม่ได้ตามกฎหมาย
เลขมี แต่ชื่อสินค้าหรือผู้ผลิตไม่ตรงอาจเอาเลขของสินค้าอื่นมาใส่
โฆษณาว่าขาวเร็วผิดปกติ หรือลบฝ้า กระ จุดด่างดำได้ในไม่กี่วันปรอทกดการสร้างเม็ดสี ครีมเถื่อนจึงใส่ไว้เพื่อให้เห็นผลเร็ว
กระปุกเปล่า ใส่ตลับแบ่ง เรียกว่า “หัวเชื้อ” หรือ “สูตรลับ”ไม่มีใครรับผิดชอบว่าข้างในคืออะไร
ผู้ขายไม่มีที่อยู่แน่นอนอย. แนะนำให้ซื้อจากร้านที่มีหลักแหล่งแน่นอน

เช็กเลขจดแจ้งเอง

เลขที่ใบรับจดแจ้งบนฉลากมี 10 หรือ 13 หลัก ค้นได้ในระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์บนเว็บไซต์ อย. แอป Oryor Smart Application หรือไลน์ @FDAThai เมื่อค้นเจอ ให้เทียบชื่อสินค้า ประเภท และชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าว่าตรงกับกระปุกทุกตัว ขั้นตอนละเอียดอยู่ใน อ่านส่วนผสมบนฉลากเครื่องสำอาง

อย่าลืมว่าเลขจดแจ้งพิสูจน์ได้แค่ว่าผลิตภัณฑ์แจ้ง อย. แล้ว ไม่ได้พิสูจน์ว่ากระปุกในมือเป็นของแท้

ถ้าใช้ไปแล้ว

  1. หยุดใช้ทันที ไม่ต้องรอใช้ให้หมด
  2. เก็บกระปุก กล่อง และหลักฐานการซื้อไว้ อย่าทิ้ง เป็นข้อมูลให้ทั้งแพทย์และ อย.
  3. ไปพบแพทย์ ถ้ามีผื่น ผิวบาง ผิวคล้ำหรือด่าง หรืออาการอื่นที่ผิดปกติ บอกแพทย์ว่าใช้ครีมอะไร นานเท่าไหร่ และนำผลิตภัณฑ์ไปด้วย ถ้ากำลังตั้งครรภ์ ให้รีบปรึกษาแพทย์
  4. แจ้ง อย. สายด่วน 1556 ไลน์ @FDAThai หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • เชื่อว่าขาวเร็ว = ได้ผลดี ผลเร็วผิดปกติเป็นสัญญาณให้สงสัย
  • ดูแค่ว่ามีเลขจดแจ้ง ไม่ได้เช็กว่าเลขตรงกับสินค้าและผู้ผลิต
  • ซื้อตามรีวิวและก่อนหลังในโซเชียล รูปก่อนหลังไม่ได้บอกว่าข้างในมีอะไร
  • ใช้ต่อจนหมดกระปุกเพราะเสียดาย ปรอทสะสมในร่างกายได้
  • ทิ้งกระปุกหลังมีอาการ ทำให้แพทย์และ อย. ไม่มีข้อมูล

แหล่งข้อมูล

คำถามที่พบบ่อย

ปรอทในครีมอันตรายยังไง

อย. ระบุว่าครีมผสมสารประกอบของปรอทอาจทำให้แพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบาง และมีพิษสะสมทำให้ทางเดินปัสสาวะและไตอักเสบ องค์การอนามัยโลกระบุว่าผลต่อไตที่มีรายงานมีตั้งแต่โปรตีนในปัสสาวะจนถึงไตวาย

มีเลขจดแจ้งแล้ว แปลว่าไม่มีปรอทใช่ไหม

เลขจดแจ้งบอกว่าผลิตภัณฑ์แจ้ง อย. แล้ว แต่ต้องเช็กว่าเลขนั้นมีอยู่จริงในระบบ และชื่อสินค้ากับผู้ผลิตตรงกับที่อยู่บนกระปุก ถ้าไม่ตรง หรือหาไม่เจอ อย่าใช้

สงสัยว่าครีมที่ใช้อยู่มีปรอท ทำยังไง

หยุดใช้ เก็บกระปุก กล่อง และหลักฐานการซื้อไว้ แจ้ง อย. ที่สายด่วน 1556 และถ้ามีอาการผิดปกติ ไปพบแพทย์พร้อมนำผลิตภัณฑ์ไปด้วย

เนื้อหาเป็นแนวทางทั่วไป ผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้อใช้ต่างกัน อ่านคำแนะนำบนฉลากเสมอ ถ้ามีอาการแพ้ ปรึกษาแพทย์

อ่านต่อ

#ปลอดภัยมือใหม่

ไทยห้ามเครื่องสำอาง ไมโครนีดเดิล และผลึกรูปเข็ม ตั้งแต่ 22 พ.ค. 2569

ประกาศกระทรวงสาธารณสุขสองฉบับห้ามผลิต นำเข้า ขาย เครื่องสำอางไมโครนีดเดิลและผลึกรูปเข็ม ยกเว้นแผ่นแปะเข็มละลายยาวไม่เกิน 100 ไมโครเมตร อ่านประกาศจริงเองได้

อ่าน 7 นาที
#ปลอดภัยมือใหม่

อ่านส่วนผสมบนฉลาก เครื่องสำอาง ลำดับ INCI น้ำหอม สารที่แพ้บ่อย และเลขจดแจ้ง

รายชื่อส่วนผสมเรียงจากมากไปน้อยจนถึงเส้น 1% คำว่า parfum ซ่อนอะไรไว้ สารที่ทำให้แพ้บ่อย และวิธีเช็กเลขที่ใบรับจดแจ้งบนเว็บ อย.

อ่าน 7 นาที
#ปลอดภัยเคยทำแล้ว

สารก่อภูมิแพ้ในน้ำหอม บนฉลาก EU เพิ่มจาก 24 เป็นราว 80 ชื่อ รวม น้ำมันหอมระเหย

กฎ EU 2023/1545 บังคับแจ้งชื่อสารก่อภูมิแพ้ในน้ำหอมเพิ่มอีก 56 ตัว รวมน้ำมันหอมระเหยหลายชนิด สินค้าใหม่ต้องทำตามตั้งแต่ 31 ก.ค. 2026 ทุกชิ้นบนชั้นภายใน 31 ก.ค. 2028

อ่าน 6 นาที