บทความ › ใช้อย่างปลอดภัย

อ่านส่วนผสมบนฉลาก เครื่องสำอาง ลำดับ INCI น้ำหอม สารที่แพ้บ่อย และเลขจดแจ้ง

รายชื่อส่วนผสมเรียงจากมากไปน้อยจนถึงเส้น 1% คำว่า parfum ซ่อนอะไรไว้ สารที่ทำให้แพ้บ่อย และวิธีเช็กเลขที่ใบรับจดแจ้งบนเว็บ อย.

มือใหม่ อ่าน 7 นาที 22 ตุลาคม 2569 ความงามพื้นฐาน ที่ใช้ได้จริงและปลอดภัย · บทที่ 5/20

อ่านจบแล้วจะรู้
  • รายชื่อส่วนผสมเรียงจากมากไปน้อย แต่ตัวที่มีไม่ถึง 1% เรียงลำดับแบบไหนก็ได้ ตัวท้ายรายการจึงบอกปริมาณไม่ได้
  • คำว่า fragrance หรือ parfum คำเดียวอาจรวมสารหลายสิบตัว ถ้าแพ้น้ำหอมให้มองหาคำนี้ก่อน
  • เครื่องสำอางที่ขายในไทยต้องมีเลขที่ใบรับจดแจ้งบนฉลากภาษาไทย และเช็กเองได้บนเว็บ อย.
  • มีเลขจดแจ้งแปลว่าแจ้ง อย. แล้ว ไม่ได้แปลว่าไม่มีวันแพ้

รายชื่อส่วนผสมด้านหลังขวดดูเหมือนภาษาเคมีที่อ่านไม่ออก แต่จริง ๆ มันมีกติกาไม่กี่ข้อ ถ้ารู้ว่าเรียงลำดับยังไง ตรงไหนบอกปริมาณได้ ตรงไหนบอกไม่ได้ และคำไหนรวมสารหลายตัวไว้ข้างใน คุณจะหาสารที่ตัวเองแพ้เจอในไม่กี่วินาที บทนี้สอนอ่านรายชื่อส่วนผสม และวิธีเช็กเลขจดแจ้งบนเว็บไซต์ของ อย. เอง

ชื่อ INCI คืออะไร

INCI ย่อมาจาก International Nomenclature of Cosmetic Ingredients คือระบบชื่อสากลของส่วนผสมเครื่องสำอาง สารตัวเดียวกันจึงใช้ชื่อเดียวกันไม่ว่าจะผลิตที่ไหน เช่น น้ำเขียนว่า aqua หรือ water กลีเซอรีนเขียนว่า glycerin สารสกัดจากพืชมักเขียนเป็นชื่อละตินตามด้วยส่วนที่ใช้ เช่น …leaf extract

ข้อดีของชื่อสากลคือ ถ้าแพทย์ผิวหนังบอกว่าคุณแพ้สารชื่ออะไร คุณจดชื่อนั้นไว้ แล้วไล่หาบนฉลากได้ทุกยี่ห้อ

กติกาการเรียงลำดับ

ทั้งกฎหมายสหภาพยุโรปและ อย. สหรัฐฯ ใช้หลักเดียวกัน

  1. ส่วนผสมที่มีมากกว่า 1% เรียงจากมากไปน้อย
  2. ส่วนผสมที่มี 1% หรือน้อยกว่า ตามหลังกลุ่มแรก และ เรียงแบบไหนก็ได้
  3. สีที่ใส่เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีสี อยู่ท้ายสุด เรียงแบบไหนก็ได้ เครื่องสำอางที่มีหลายเฉด อาจเขียนว่า may contain หรือ +/- แล้วตามด้วยสีทั้งหมดของทุกเฉด
  4. น้ำหอมทั้งก้อนเขียนเป็นคำเดียวได้ คือ parfum หรือ fragrance (สารแต่งรสในลิปเขียนว่า aroma หรือ flavor)

ผลที่ตามมา: ส่วนผสม 3-5 ตัวแรกมักเป็นเนื้อหลักของผลิตภัณฑ์ ส่วนครึ่งหลังของรายการ ลำดับไม่ได้บอกว่าตัวไหนมากกว่ากัน

สารที่โฆษณาตัวโต ๆ หน้ากล่อง ถ้าไปอยู่หลังสารกันเสีย มักมีไม่ถึง 1%

ตัวอย่าง: หาเส้น 1% ในรายชื่อจริง

สมมติครีมบำรุงตัวหนึ่ง (รายการสมมติเพื่อการสอน) มีส่วนผสมแบบนี้

aqua, glycerin, caprylic/capric triglyceride, cetearyl alcohol, dimethicone, niacinamide, phenoxyethanol, panthenol, centella asiatica leaf extract, parfum, linalool, CI 77891

ไล่ทีละขั้น

  1. หาสารที่มีเพดานต่ำตามกฎหมาย phenoxyethanol เป็นสารกันเสียที่ในยุโรปให้ใช้ได้ไม่เกิน 1% ตำแหน่งของมันจึงเป็นหมุดบอกคร่าว ๆ ว่า ทุกตัวหลังจากนี้มีไม่เกิน 1%
  2. นับว่ามีกี่ตัวหลังหมุด หลัง phenoxyethanol มีอีก 5 ตัว คือ panthenol สารสกัดใบบัวบก parfum linalool และ CI 77891 ทั้ง 5 ตัวมีไม่ถึง 1% และเรียงแบบไหนก็ได้
  3. แยกกลุ่มน้ำหอม parfum คือน้ำหอมทั้งก้อน linalool คือสารก่อภูมิแพ้ในกลุ่มน้ำหอมที่ต้องแจ้งชื่อแยก
  4. แยกสี CI ตามด้วยตัวเลข 5 หลัก คือรหัสสี CI 77891 คือไทเทเนียมไดออกไซด์ ใช้ให้เนื้อครีมขาว

สรุป: ครีมนี้คือน้ำ กลีเซอรีน และน้ำมันเป็นหลัก สารสกัดใบบัวบกที่อาจถูกโปรยบนกล่องมีไม่ถึง 1% และมีน้ำหอม ถ้าคุณแพ้น้ำหอม ครีมนี้ไม่ใช่ตัวเลือก

เรียงจากมากไปน้อยส่วนผสมที่มีมากอยู่ต้นรายการเส้น 1%มองไม่เห็นบนฉลากต่ำกว่า 1%เรียงลำดับใดก็ได้น้ำหอม (parfum)รวมหลายสารไว้ในคำเดียวสี (CI) ท้ายสุดตามกฎฉลาก
หลังเส้น 1% ลำดับไม่ได้บอกปริมาณแล้ว

น้ำหอม ตัวที่ต้องจับตา

น้ำหอมเป็นสาเหตุอันดับต้นของการแพ้แบบสัมผัส รองจากโลหะนิกเกิล สูตรน้ำหอมหนึ่งสูตรอาจมีสารหลายสิบตัว แต่บนฉลากเห็นแค่คำว่า parfum

เพื่อช่วยคนที่แพ้ สหภาพยุโรปบังคับให้แจ้งชื่อสารก่อภูมิแพ้ในน้ำหอมแยกออกมา เมื่อมีเกิน 0.001% ในผลิตภัณฑ์ที่ทิ้งไว้บนผิว และเกิน 0.01% ในผลิตภัณฑ์ที่ล้างออก ชื่อที่เจอบ่อยคือ limonene, linalool, geraniol, eugenol, cinnamal และ citral

ระวังสองเรื่อง

  • fragrance-free หรือ unscented ไม่ได้แปลว่าไม่มีกลิ่นผสมเลย บางตัวมีสารกลบกลิ่น บางตัวใช้สารสกัดจากพืชหรือน้ำมันหอมระเหย ซึ่งมีสารกลุ่มเดียวกับน้ำหอม
  • ต่ำกว่าเกณฑ์ไม่ต้องแจ้ง สารที่มีน้อยมากอาจไม่ปรากฏบนฉลาก คนที่แพ้รุนแรงจึงหลบได้ไม่ครบ 100%

สารที่ทำให้แพ้บ่อย ที่ควรรู้ชื่อ

กลุ่มชื่อบนฉลากที่ควรสังเกตมักเจอใน
น้ำหอมparfum, fragrance, linalool, limonene, geraniol, eugenolแทบทุกอย่างที่มีกลิ่น
สารกันเสียกลุ่มไอโซไทอะโซลิโนนmethylisothiazolinone (MI), methylchloroisothiazolinone (MCI)แชมพู ครีมนวด ทิชชูเปียก มาสคาร่า
สารย้อมผมถาวรp-phenylenediamine (PPD)ยาย้อมผมถาวร
อะคริเลตHEMA และสารกลุ่ม acrylateเจลทาเล็บที่ยังไม่อบ

สารกันเสียมักอยู่ท้ายรายการ ต้องอ่านให้ถึงตัวสุดท้าย ถ้าทาเจลเล็บเป็นประจำ ดูเรื่องอะคริเลตเพิ่มใน อาการแพ้เล็บเจล

ฉลากที่เขียนว่า hypoallergenic, natural หรือ clean ก็ทำให้แพ้ได้ คำพวกนี้ไม่ได้บอกว่าข้างในมีอะไร รายชื่อส่วนผสมบอก

ฉลากภาษาไทยต้องมีอะไร

เครื่องสำอางที่ขายในไทยต้องมีฉลากภาษาไทย อย. ระบุข้อความที่ต้องมี เช่น

  • ชื่อเครื่องสำอาง และชื่อทางการค้า
  • ประเภทเครื่องสำอาง
  • ชื่อของสารทุกชนิดที่เป็นส่วนผสม
  • วิธีใช้
  • ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า
  • ปริมาณสุทธิ
  • เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต
  • เดือนปีที่ผลิต หรือเดือนปีที่หมดอายุ
  • เลขที่ใบรับจดแจ้ง

ไม่มีฉลากภาษาไทย หรือข้อมูลขาด คือสัญญาณแรกว่าไม่ควรซื้อ

เช็กเลขที่ใบรับจดแจ้งเอง

เลขที่ใบรับจดแจ้งคือเลขที่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าได้หลังแจ้งรายละเอียดเครื่องสำอางต่อ อย. ตามกฎหมาย ผู้ขายห้ามขายเครื่องสำอางที่ไม่ได้จดแจ้ง อย. ระบุว่าเลขนี้มี 10 หลักหรือ 13 หลัก

วิธีเช็ก

  1. เข้าเว็บไซต์ อย. ที่ www.fda.moph.go.th แล้วไปที่หัวข้อ “ตรวจสอบผลิตภัณฑ์” (ระบบค้นหาอยู่ที่ porta.fda.moph.go.th)
  2. เลือกประเภทผลิตภัณฑ์เป็นเครื่องสำอาง
  3. พิมพ์เลขจดแจ้ง หรือชื่อผลิตภัณฑ์
  4. เทียบข้อมูลที่ขึ้นกับฉลากในมือ ชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ต้องตรงกัน ถ้าเลขมีจริงแต่เป็นของสินค้าอื่น คือสัญญาณอันตราย

ช่องทางอื่น: แอป Oryor Smart Application ไลน์ FDAThai และสายด่วน อย. 1556 ถ้าพบสินค้าที่สงสัย แจ้งที่ 1556 ได้

เลขจดแจ้งบอกว่าสินค้าแจ้ง อย. แล้ว แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นของแท้ หรือว่าผิวคุณจะไม่แพ้ ต้องเทียบข้อมูลให้ตรง และทดสอบก่อนใช้เสมอ

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • เชื่อคำหน้ากล่องมากกว่ารายชื่อด้านหลัง สารที่โฆษณาอาจมีไม่ถึง 1%
  • อ่านแค่ 3 ตัวแรก สารที่แพ้บ่อยอย่างสารกันเสียและน้ำหอมมักอยู่ครึ่งหลัง
  • คิดว่า natural แปลว่าไม่แพ้ น้ำมันหอมระเหยและสารสกัดจากพืชก็ก่อภูมิแพ้ได้
  • เห็นเลข 10 หลักแล้วจบ ต้องค้นในระบบและเทียบชื่อสินค้าด้วย
  • จำชื่อสารที่แพ้แบบคร่าว ๆ ขอชื่อ INCI ที่แน่นอนจากแพทย์ แล้วจดเก็บไว้ในโทรศัพท์

อ่านฉลากแล้วยังไม่แน่ใจ ขั้นถัดไปคือทดสอบบนผิวก่อนใช้จริง ดูบทถัดไป ทดสอบการแพ้ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ถ้ามีอาการผื่น คัน บวม หลังใช้ หยุดใช้และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

แหล่งข้อมูล

คำถามที่พบบ่อย

ส่วนผสมตัวแรกเป็นน้ำ (aqua) แปลว่าของไม่ดีหรือเปล่า

ไม่ใช่ ครีมและโลชั่นส่วนใหญ่มีน้ำเป็นฐาน น้ำจึงขึ้นก่อนเพราะมีมากที่สุด ไม่ได้บอกว่าผลิตภัณฑ์ดีหรือไม่ดี

ฉลากเขียนว่า fragrance-free แปลว่าไม่มีกลิ่นเลยใช่ไหม

ไม่เสมอไป บางผลิตภัณฑ์ใส่สารกลบกลิ่น หรือมีสารสกัดจากพืชที่มีสารกลุ่มเดียวกับน้ำหอม ถ้าเคยแพ้น้ำหอม ให้อ่านรายชื่อส่วนผสมจริง ไม่ใช่ดูแค่คำโฆษณาบนหน้ากล่อง

เลขจดแจ้งมีกี่หลัก

อย. ระบุว่าเลขที่ใบรับจดแจ้งบนฉลากมี 10 หลักหรือ 13 หลัก ถ้าเลขดูแปลกหรือหาในระบบไม่เจอ อย่าเพิ่งใช้ และสอบถามสายด่วน อย. 1556 ได้

เนื้อหาเป็นแนวทางทั่วไป ผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้อใช้ต่างกัน อ่านคำแนะนำบนฉลากเสมอ ถ้ามีอาการแพ้ ปรึกษาแพทย์

อ่านต่อ

#ปลอดภัยเคยทำแล้ว

สารก่อภูมิแพ้ในน้ำหอม บนฉลาก EU เพิ่มจาก 24 เป็นราว 80 ชื่อ รวม น้ำมันหอมระเหย

กฎ EU 2023/1545 บังคับแจ้งชื่อสารก่อภูมิแพ้ในน้ำหอมเพิ่มอีก 56 ตัว รวมน้ำมันหอมระเหยหลายชนิด สินค้าใหม่ต้องทำตามตั้งแต่ 31 ก.ค. 2026 ทุกชิ้นบนชั้นภายใน 31 ก.ค. 2028

อ่าน 6 นาที
#ปลอดภัยมือใหม่

ปรอทในเครื่องสำอาง ต้องเป็นศูนย์ กติกา มินามาตะ ใหม่ และวิธีดู ครีมหน้าขาวเถื่อน

อนุสัญญามินามาตะตัดเกณฑ์ 1 ppm ทิ้ง ปรอทในเครื่องสำอางต้องเป็นศูนย์ แต่ อย. ยังเจอในครีมหน้าขาวที่ขายออนไลน์ สัญญาณเตือน และวิธีเช็กเลขจดแจ้ง

อ่าน 6 นาที
#ปลอดภัยมือใหม่

ทดสอบการแพ้ก่อนใช้ ผลิตภัณฑ์ใหม่ ทาตรงไหน นานแค่ไหน อาการแบบไหนต้องหยุด

วิธีทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่บนผิวก่อนใช้จริง ทาที่ท้องแขนหรือหลังหู 24-48 ชั่วโมง หรือทาซ้ำ 7-10 วัน อ่านผลยังไง และอาการแบบไหนต้องหยุดแล้วไปพบแพทย์

อ่าน 6 นาที