อ่านส่วนผสมบนฉลาก เครื่องสำอาง ลำดับ INCI น้ำหอม สารที่แพ้บ่อย และเลขจดแจ้ง
รายชื่อส่วนผสมเรียงจากมากไปน้อยจนถึงเส้น 1% คำว่า parfum ซ่อนอะไรไว้ สารที่ทำให้แพ้บ่อย และวิธีเช็กเลขที่ใบรับจดแจ้งบนเว็บ อย.
- รายชื่อส่วนผสมเรียงจากมากไปน้อย แต่ตัวที่มีไม่ถึง 1% เรียงลำดับแบบไหนก็ได้ ตัวท้ายรายการจึงบอกปริมาณไม่ได้
- คำว่า fragrance หรือ parfum คำเดียวอาจรวมสารหลายสิบตัว ถ้าแพ้น้ำหอมให้มองหาคำนี้ก่อน
- เครื่องสำอางที่ขายในไทยต้องมีเลขที่ใบรับจดแจ้งบนฉลากภาษาไทย และเช็กเองได้บนเว็บ อย.
- มีเลขจดแจ้งแปลว่าแจ้ง อย. แล้ว ไม่ได้แปลว่าไม่มีวันแพ้
รายชื่อส่วนผสมด้านหลังขวดดูเหมือนภาษาเคมีที่อ่านไม่ออก แต่จริง ๆ มันมีกติกาไม่กี่ข้อ ถ้ารู้ว่าเรียงลำดับยังไง ตรงไหนบอกปริมาณได้ ตรงไหนบอกไม่ได้ และคำไหนรวมสารหลายตัวไว้ข้างใน คุณจะหาสารที่ตัวเองแพ้เจอในไม่กี่วินาที บทนี้สอนอ่านรายชื่อส่วนผสม และวิธีเช็กเลขจดแจ้งบนเว็บไซต์ของ อย. เอง
ชื่อ INCI คืออะไร
INCI ย่อมาจาก International Nomenclature of Cosmetic Ingredients คือระบบชื่อสากลของส่วนผสมเครื่องสำอาง สารตัวเดียวกันจึงใช้ชื่อเดียวกันไม่ว่าจะผลิตที่ไหน เช่น น้ำเขียนว่า aqua หรือ water กลีเซอรีนเขียนว่า glycerin สารสกัดจากพืชมักเขียนเป็นชื่อละตินตามด้วยส่วนที่ใช้ เช่น …leaf extract
ข้อดีของชื่อสากลคือ ถ้าแพทย์ผิวหนังบอกว่าคุณแพ้สารชื่ออะไร คุณจดชื่อนั้นไว้ แล้วไล่หาบนฉลากได้ทุกยี่ห้อ
กติกาการเรียงลำดับ
ทั้งกฎหมายสหภาพยุโรปและ อย. สหรัฐฯ ใช้หลักเดียวกัน
- ส่วนผสมที่มีมากกว่า 1% เรียงจากมากไปน้อย
- ส่วนผสมที่มี 1% หรือน้อยกว่า ตามหลังกลุ่มแรก และ เรียงแบบไหนก็ได้
- สีที่ใส่เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีสี อยู่ท้ายสุด เรียงแบบไหนก็ได้ เครื่องสำอางที่มีหลายเฉด อาจเขียนว่า may contain หรือ +/- แล้วตามด้วยสีทั้งหมดของทุกเฉด
- น้ำหอมทั้งก้อนเขียนเป็นคำเดียวได้ คือ parfum หรือ fragrance (สารแต่งรสในลิปเขียนว่า aroma หรือ flavor)
ผลที่ตามมา: ส่วนผสม 3-5 ตัวแรกมักเป็นเนื้อหลักของผลิตภัณฑ์ ส่วนครึ่งหลังของรายการ ลำดับไม่ได้บอกว่าตัวไหนมากกว่ากัน
สารที่โฆษณาตัวโต ๆ หน้ากล่อง ถ้าไปอยู่หลังสารกันเสีย มักมีไม่ถึง 1%
ตัวอย่าง: หาเส้น 1% ในรายชื่อจริง
สมมติครีมบำรุงตัวหนึ่ง (รายการสมมติเพื่อการสอน) มีส่วนผสมแบบนี้
aqua, glycerin, caprylic/capric triglyceride, cetearyl alcohol, dimethicone, niacinamide, phenoxyethanol, panthenol, centella asiatica leaf extract, parfum, linalool, CI 77891
ไล่ทีละขั้น
- หาสารที่มีเพดานต่ำตามกฎหมาย phenoxyethanol เป็นสารกันเสียที่ในยุโรปให้ใช้ได้ไม่เกิน 1% ตำแหน่งของมันจึงเป็นหมุดบอกคร่าว ๆ ว่า ทุกตัวหลังจากนี้มีไม่เกิน 1%
- นับว่ามีกี่ตัวหลังหมุด หลัง phenoxyethanol มีอีก 5 ตัว คือ panthenol สารสกัดใบบัวบก parfum linalool และ CI 77891 ทั้ง 5 ตัวมีไม่ถึง 1% และเรียงแบบไหนก็ได้
- แยกกลุ่มน้ำหอม parfum คือน้ำหอมทั้งก้อน linalool คือสารก่อภูมิแพ้ในกลุ่มน้ำหอมที่ต้องแจ้งชื่อแยก
- แยกสี CI ตามด้วยตัวเลข 5 หลัก คือรหัสสี CI 77891 คือไทเทเนียมไดออกไซด์ ใช้ให้เนื้อครีมขาว
สรุป: ครีมนี้คือน้ำ กลีเซอรีน และน้ำมันเป็นหลัก สารสกัดใบบัวบกที่อาจถูกโปรยบนกล่องมีไม่ถึง 1% และมีน้ำหอม ถ้าคุณแพ้น้ำหอม ครีมนี้ไม่ใช่ตัวเลือก
น้ำหอม ตัวที่ต้องจับตา
น้ำหอมเป็นสาเหตุอันดับต้นของการแพ้แบบสัมผัส รองจากโลหะนิกเกิล สูตรน้ำหอมหนึ่งสูตรอาจมีสารหลายสิบตัว แต่บนฉลากเห็นแค่คำว่า parfum
เพื่อช่วยคนที่แพ้ สหภาพยุโรปบังคับให้แจ้งชื่อสารก่อภูมิแพ้ในน้ำหอมแยกออกมา เมื่อมีเกิน 0.001% ในผลิตภัณฑ์ที่ทิ้งไว้บนผิว และเกิน 0.01% ในผลิตภัณฑ์ที่ล้างออก ชื่อที่เจอบ่อยคือ limonene, linalool, geraniol, eugenol, cinnamal และ citral
ระวังสองเรื่อง
- fragrance-free หรือ unscented ไม่ได้แปลว่าไม่มีกลิ่นผสมเลย บางตัวมีสารกลบกลิ่น บางตัวใช้สารสกัดจากพืชหรือน้ำมันหอมระเหย ซึ่งมีสารกลุ่มเดียวกับน้ำหอม
- ต่ำกว่าเกณฑ์ไม่ต้องแจ้ง สารที่มีน้อยมากอาจไม่ปรากฏบนฉลาก คนที่แพ้รุนแรงจึงหลบได้ไม่ครบ 100%
สารที่ทำให้แพ้บ่อย ที่ควรรู้ชื่อ
| กลุ่ม | ชื่อบนฉลากที่ควรสังเกต | มักเจอใน |
|---|---|---|
| น้ำหอม | parfum, fragrance, linalool, limonene, geraniol, eugenol | แทบทุกอย่างที่มีกลิ่น |
| สารกันเสียกลุ่มไอโซไทอะโซลิโนน | methylisothiazolinone (MI), methylchloroisothiazolinone (MCI) | แชมพู ครีมนวด ทิชชูเปียก มาสคาร่า |
| สารย้อมผมถาวร | p-phenylenediamine (PPD) | ยาย้อมผมถาวร |
| อะคริเลต | HEMA และสารกลุ่ม acrylate | เจลทาเล็บที่ยังไม่อบ |
สารกันเสียมักอยู่ท้ายรายการ ต้องอ่านให้ถึงตัวสุดท้าย ถ้าทาเจลเล็บเป็นประจำ ดูเรื่องอะคริเลตเพิ่มใน อาการแพ้เล็บเจล
ฉลากที่เขียนว่า hypoallergenic, natural หรือ clean ก็ทำให้แพ้ได้ คำพวกนี้ไม่ได้บอกว่าข้างในมีอะไร รายชื่อส่วนผสมบอก
ฉลากภาษาไทยต้องมีอะไร
เครื่องสำอางที่ขายในไทยต้องมีฉลากภาษาไทย อย. ระบุข้อความที่ต้องมี เช่น
- ชื่อเครื่องสำอาง และชื่อทางการค้า
- ประเภทเครื่องสำอาง
- ชื่อของสารทุกชนิดที่เป็นส่วนผสม
- วิธีใช้
- ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า
- ปริมาณสุทธิ
- เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต
- เดือนปีที่ผลิต หรือเดือนปีที่หมดอายุ
- เลขที่ใบรับจดแจ้ง
ไม่มีฉลากภาษาไทย หรือข้อมูลขาด คือสัญญาณแรกว่าไม่ควรซื้อ
เช็กเลขที่ใบรับจดแจ้งเอง
เลขที่ใบรับจดแจ้งคือเลขที่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าได้หลังแจ้งรายละเอียดเครื่องสำอางต่อ อย. ตามกฎหมาย ผู้ขายห้ามขายเครื่องสำอางที่ไม่ได้จดแจ้ง อย. ระบุว่าเลขนี้มี 10 หลักหรือ 13 หลัก
วิธีเช็ก
- เข้าเว็บไซต์ อย. ที่ www.fda.moph.go.th แล้วไปที่หัวข้อ “ตรวจสอบผลิตภัณฑ์” (ระบบค้นหาอยู่ที่ porta.fda.moph.go.th)
- เลือกประเภทผลิตภัณฑ์เป็นเครื่องสำอาง
- พิมพ์เลขจดแจ้ง หรือชื่อผลิตภัณฑ์
- เทียบข้อมูลที่ขึ้นกับฉลากในมือ ชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ต้องตรงกัน ถ้าเลขมีจริงแต่เป็นของสินค้าอื่น คือสัญญาณอันตราย
ช่องทางอื่น: แอป Oryor Smart Application ไลน์ FDAThai และสายด่วน อย. 1556 ถ้าพบสินค้าที่สงสัย แจ้งที่ 1556 ได้
เลขจดแจ้งบอกว่าสินค้าแจ้ง อย. แล้ว แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นของแท้ หรือว่าผิวคุณจะไม่แพ้ ต้องเทียบข้อมูลให้ตรง และทดสอบก่อนใช้เสมอ
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- เชื่อคำหน้ากล่องมากกว่ารายชื่อด้านหลัง สารที่โฆษณาอาจมีไม่ถึง 1%
- อ่านแค่ 3 ตัวแรก สารที่แพ้บ่อยอย่างสารกันเสียและน้ำหอมมักอยู่ครึ่งหลัง
- คิดว่า natural แปลว่าไม่แพ้ น้ำมันหอมระเหยและสารสกัดจากพืชก็ก่อภูมิแพ้ได้
- เห็นเลข 10 หลักแล้วจบ ต้องค้นในระบบและเทียบชื่อสินค้าด้วย
- จำชื่อสารที่แพ้แบบคร่าว ๆ ขอชื่อ INCI ที่แน่นอนจากแพทย์ แล้วจดเก็บไว้ในโทรศัพท์
อ่านฉลากแล้วยังไม่แน่ใจ ขั้นถัดไปคือทดสอบบนผิวก่อนใช้จริง ดูบทถัดไป ทดสอบการแพ้ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ถ้ามีอาการผื่น คัน บวม หลังใช้ หยุดใช้และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
แหล่งข้อมูล
- แนะเช็ก อย. ก่อนซื้อ ทดสอบการแพ้ก่อนใช้เครื่องสำอาง — สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
- ระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ อย. — ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร กระทรวงสาธารณสุข
- อย. แนะดูฉลากภาษาไทย เลขที่ใบรับแจ้ง 10 หรือ 13 หลัก — กรุงเทพธุรกิจ
- Cosmetics Labeling Guide — U.S. FDA
- Regulation (EC) No 1223/2009, Chapter VI Article 19 — legislation.gov.uk
- Fragrance allergy — DermNet
คำถามที่พบบ่อย
ส่วนผสมตัวแรกเป็นน้ำ (aqua) แปลว่าของไม่ดีหรือเปล่า
ไม่ใช่ ครีมและโลชั่นส่วนใหญ่มีน้ำเป็นฐาน น้ำจึงขึ้นก่อนเพราะมีมากที่สุด ไม่ได้บอกว่าผลิตภัณฑ์ดีหรือไม่ดี
ฉลากเขียนว่า fragrance-free แปลว่าไม่มีกลิ่นเลยใช่ไหม
ไม่เสมอไป บางผลิตภัณฑ์ใส่สารกลบกลิ่น หรือมีสารสกัดจากพืชที่มีสารกลุ่มเดียวกับน้ำหอม ถ้าเคยแพ้น้ำหอม ให้อ่านรายชื่อส่วนผสมจริง ไม่ใช่ดูแค่คำโฆษณาบนหน้ากล่อง
เลขจดแจ้งมีกี่หลัก
อย. ระบุว่าเลขที่ใบรับจดแจ้งบนฉลากมี 10 หลักหรือ 13 หลัก ถ้าเลขดูแปลกหรือหาในระบบไม่เจอ อย่าเพิ่งใช้ และสอบถามสายด่วน อย. 1556 ได้
เนื้อหาเป็นแนวทางทั่วไป ผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้อใช้ต่างกัน อ่านคำแนะนำบนฉลากเสมอ ถ้ามีอาการแพ้ ปรึกษาแพทย์