ทดสอบการแพ้ก่อนใช้ ผลิตภัณฑ์ใหม่ ทาตรงไหน นานแค่ไหน อาการแบบไหนต้องหยุด
วิธีทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่บนผิวก่อนใช้จริง ทาที่ท้องแขนหรือหลังหู 24-48 ชั่วโมง หรือทาซ้ำ 7-10 วัน อ่านผลยังไง และอาการแบบไหนต้องหยุดแล้วไปพบแพทย์
- ทาผลิตภัณฑ์จุดเล็ก ๆ ที่ท้องแขนหรือหลังหู แล้วรอดู 24-48 ชั่วโมง เป็นขั้นต่ำก่อนใช้ของใหม่
- ถ้าผิวแพ้ง่ายหรือเป็นของทาทิ้งไว้บนหน้า ทาจุดเดิมวันละ 2 ครั้ง 7-10 วัน จะเห็นปฏิกิริยาที่ช้ากว่าได้
- แดง คัน บวม ตุ่มพอง ในจุดทดสอบ คือหยุด ล้างออก ไม่ใช้อีก
- ปาก ลิ้น คอบวม หายใจหรือกลืนลำบาก คือเหตุฉุกเฉิน โทร 1669
ก่อนทาของใหม่ทั้งหน้า ให้ลองบนผิวจุดเล็ก ๆ ก่อน วิธีพื้นฐานที่ อย. แนะนำคือทาเล็กน้อยที่ท้องแขนหรือหลังใบหู แล้วรอดู 24-48 ชั่วโมง ถ้าผิวแพ้ง่าย สถาบันแพทย์ผิวหนังสหรัฐฯ แนะนำให้ทาซ้ำวันละ 2 ครั้งนาน 7-10 วัน บทนี้บอกว่าเลือกแบบไหนเมื่อไหร่ อ่านผลยังไง และอาการแบบไหนต้องหยุดแล้วไปหาหมอ
ทำไมต้องทดสอบ ทั้งที่ฉลากบอกว่าอ่อนโยน
ผิวแต่ละคนตอบสนองต่างกัน ส่วนผสมที่คนส่วนใหญ่ใช้ได้ อาจทำให้บางคนเป็นผื่น คำว่า hypoallergenic, natural หรือ clean บนฉลากก็ไม่ได้กันการแพ้ ผื่นจากการสัมผัส (contact dermatitis) มักขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วันหลังสัมผัส ถ้ารู้ตั้งแต่จุดทดสอบขนาดเหรียญ ดีกว่ารู้ตอนหน้าบวมทั้งหน้า
อาการทางผิวแบ่งคร่าว ๆ ได้สองแบบ
- ระคายเคือง สารทำลายผิวชั้นนอกโดยตรง ยิ่งโดนบ่อยยิ่งเป็น เช่น สบู่ ผงซักฟอก ตัวทำละลาย
- แพ้ ภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อสารบางตัว เจอน้อยกว่าแบบระคายเคือง ทางที่ดีคือรู้ชื่อสารที่แพ้แล้วเลี่ยง
เลือกวิธีทดสอบให้เหมาะกับของ
| วิธี | ทาตรงไหน | นานแค่ไหน | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| ทดสอบสั้น | ท้องแขน หรือหลังใบหู | ทาครั้งเดียว ดู 24-48 ชั่วโมง | ของใหม่ทั่วไป ผิวไม่ค่อยแพ้ |
| ทาซ้ำ | จุดขนาดเหรียญที่ไม่โดนถูหรือล้าง เช่น ท้องแขน ข้อพับแขน | วันละ 2 ครั้ง 7-10 วัน | ผิวแพ้ง่าย ของที่ทาทิ้งไว้บนหน้า |
| ยาย้อมผม | ตามวิธีบนกล่อง | อย่างน้อย 48 ชั่วโมงก่อนย้อม ทุกครั้ง | ยาย้อมผมทุกชนิด โดยเฉพาะแบบถาวร |
| patch test โดยแพทย์ | ตามที่แพทย์ผิวหนังทำ | ตามที่แพทย์นัด | แพ้ซ้ำ ๆ แต่ไม่รู้ว่าแพ้สารอะไร |
ยาย้อมผมถาวรหลายชนิดมีสาร PPD ซึ่งทำให้แพ้ได้ คนที่เคยสักเฮนน่าสีดำมีความเสี่ยงแพ้ PPD สูงขึ้น เพราะสีสักแบบนั้นอาจมี PPD ปริมาณสูง ต่อให้ย้อมยี่ห้อเดิมมาแล้ว ก็ทดสอบใหม่ทุกครั้งตามที่กล่องบอก
วิธีทาซ้ำ 7-10 วัน ทีละขั้น
- เลือกจุด ขนาดประมาณเหรียญ ตรงที่เสื้อผ้าไม่ถู และไม่ถูกล้างออกระหว่างวัน เช่น ท้องแขนด้านใน
- ทาปริมาณปกติ หนาเท่าที่จะใช้จริง ไม่ต้องบางกว่าหรือหนากว่า
- ทิ้งไว้เท่าเวลาใช้จริง ของที่ทาทิ้งไว้ก็ทาทิ้งไว้ ของที่ล้างออก เช่น โฟมล้างหน้า ให้ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที หรือตามเวลาบนฉลาก แล้วล้างออก
- ทาวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ต่อเนื่อง 7-10 วัน
- ดูทุกครั้งก่อนทารอบใหม่ ถ้ามีอาการตอนไหน หยุดตอนนั้น
ตัวอย่าง: ทดสอบสองผลิตภัณฑ์ใหม่พร้อมกัน
สมมติซื้อโฟมล้างหน้าและเซรั่มใหม่มาพร้อมกัน
- แยกจุด ทาโฟมที่ท้องแขนซ้าย เซรั่มที่ท้องแขนขวา ถ้ามีผื่นจะรู้ทันทีว่ามาจากตัวไหน ถ้าทาจุดเดียวกันจะแยกไม่ออก
- นับรอบ วันละ 2 ครั้ง 10 วัน = ผลิตภัณฑ์ละ 20 รอบ
- นับเวลาสัมผัสของโฟม 20 รอบ × 5 นาที = 100 นาที ใกล้เคียงกับการล้างหน้าเช้าเย็นจริง 10 วัน
- อ่านผลวันที่ 10 สมมติท้องแขนซ้ายปกติ แต่ท้องแขนขวาเริ่มแดงและคันในวันที่ 4 แปลว่าหยุดเซรั่มตั้งแต่วันที่ 4 ล้างออก ไม่ใช้อีก ส่วนโฟมทดสอบต่อจนครบได้
- เริ่มใช้จริงทีละตัว เริ่มโฟมก่อน รอสักระยะค่อยเพิ่มของใหม่อีกชิ้น ถ้าเริ่มพร้อมกันหลายอย่าง เกิดผื่นขึ้นมาจะไม่รู้ว่าตัวไหน
เปลี่ยนของใหม่ทีละชิ้น และทดสอบแยกจุด ถ้ามีปัญหา จะรู้ทันทีว่าเป็นเพราะอะไร
อ่านผลยังไง
| สิ่งที่เห็นในจุดทดสอบ | ทำยังไง |
|---|---|
| ไม่มีอะไรเลยจนครบเวลา | เริ่มใช้ได้ ยังสังเกตต่อในช่วงแรก |
| ตึงหรือแสบเล็กน้อยแล้วหายไป กับของที่มีเรตินอลหรือกรดผลัดผิว | อาจเป็นการระคายเคืองชั่วคราวที่พบได้ ใช้ด้วยความระวัง ไม่แน่ใจถามเภสัชกร |
| แดง คัน บวม | หยุด ล้างออกเบา ๆ ทันที ไม่ใช้อีก |
| ตุ่มพอง ผิวแตก ลอก หรือลามออกนอกจุด | หยุด ล้างออก และไปพบแพทย์ |
| ปาก ลิ้น คอบวมทันที หายใจหรือกลืนลำบาก หน้ามืด | เหตุฉุกเฉิน โทร 1669 อย่าขับรถไปเอง |
ถ้ามีปฏิกิริยา ล้างผลิตภัณฑ์ออกเบา ๆ โดยเร็ว ประคบเย็นหรือทาปิโตรเลียมเจลลีบาง ๆ ช่วยให้สบายขึ้นได้ ถ้าอาการรุนแรง ประคบแล้วไม่ดีขึ้น หรือเป็นซ้ำบ่อย ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง แพทย์อาจนัดทำ patch test ทางการแพทย์เพื่อหาว่าแพ้สารตัวไหน
ทดสอบผ่านแล้ว ใช่ว่าจะปลอดภัยตลอดไป
- จุดทดสอบเล็ก ๆ บนแขนไม่ใช่การใช้จริงทั้งหน้า ช่วงแรกที่ใช้บนหน้ายังต้องสังเกต ถ้ามีอาการ ให้หยุด
- ผลิตภัณฑ์ที่ใช้มานานก็เริ่มทำให้แพ้ได้ ถ้าวันหนึ่งเริ่มคันตรงที่ทาเป็นประจำ อย่าคิดว่า “ใช้มาตั้งนานไม่เคยเป็น” แล้วฝืนใช้ต่อ เรื่องนี้เจอบ่อยกับเจลทาเล็บ ดู อาการแพ้เล็บเจล
- ของที่หมดอายุหรือเสียแล้วก็ทำให้ระคายเคืองได้ ดูบทถัดไปเรื่องอายุเครื่องสำอาง
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- ทาบนหลังมือ หลังมือโดนล้างบ่อย ผลิตภัณฑ์อยู่ไม่ครบเวลา ผลทดสอบเชื่อไม่ได้
- ทาบางกว่าใช้จริง ผลที่ได้จะดีเกินจริง
- ทดสอบหลายตัวในจุดเดียว มีผื่นแล้วแยกไม่ออก
- เห็นแดงแล้วทาต่อ “เพราะผิวกำลังปรับตัว” แดง คัน บวม คือหยุด
- ข้ามการทดสอบยาย้อมผมเพราะเคยใช้ยี่ห้อนี้แล้ว ต้องทดสอบก่อนย้อมทุกครั้ง
- ทดสอบแล้วไม่อ่านฉลาก ถ้ารู้อยู่แล้วว่าแพ้สารอะไร ดูรายชื่อส่วนผสมก่อน ตามบท อ่านส่วนผสมบนฉลากเครื่องสำอาง
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย ถ้ามีอาการผื่นที่ไม่หาย หรือเป็นซ้ำ ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
แหล่งข้อมูล
คำถามที่พบบ่อย
ทดสอบผ่านแล้ว ใช้ไปได้ตลอดเลยไหม
ผลทดสอบบอกได้แค่ว่าช่วงที่ทดสอบผิวไม่มีปฏิกิริยา ไม่ได้รับประกันตลอดไป ถ้าวันหนึ่งเริ่มคัน แดง หรือเป็นผื่นตรงที่ทา ให้หยุดใช้ทันที แม้จะใช้มานานแล้วก็ตาม
แสบนิด ๆ ตอนทาครีมที่มีกรด หรือเรตินอล คือแพ้ไหม
สารบางตัว เช่น เรตินอล และกรดไกลโคลิก ทำให้ผิวระคายเคืองเล็กน้อยและชั่วคราวได้ตามปกติ แต่ถ้าแดงมาก บวม คันไม่หยุด หรือเป็นตุ่ม ให้ถือว่าเป็นปฏิกิริยาและหยุดใช้ ไม่แน่ใจให้ถามแพทย์ผิวหนังหรือเภสัชกร
ทดสอบเองที่บ้าน กับ patch test ที่โรงพยาบาล ต่างกันยังไง
ทดสอบเองคือลองผลิตภัณฑ์ทั้งขวดว่าผิวรับได้ไหม ส่วน patch test ของแพทย์ผิวหนังคือการทดสอบทางการแพทย์ที่ใช้สารทีละตัว เพื่อหาว่าแพ้สารอะไร ถ้าแพ้ซ้ำ ๆ แล้วหาสาเหตุไม่เจอ ควรไปพบแพทย์
เนื้อหาเป็นแนวทางทั่วไป ผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้อใช้ต่างกัน อ่านคำแนะนำบนฉลากเสมอ ถ้ามีอาการแพ้ ปรึกษาแพทย์