บทความ › ผิวหน้าและผิวกาย

EU คุม เรตินอล 0.3% หน้า 0.05% ตัว อาร์บูติน กรดโคจิก อ่านเปอร์เซ็นต์ให้เป็น

กฎ EU 2024/996 จำกัดเรตินอล 0.3% ผลิตภัณฑ์ทั่วไป 0.05% โลชั่นทาตัว อัลฟาอาร์บูติน 2% อาร์บูติน 7% กรดโคจิก 1% พร้อมวันบังคับใช้ และวิธีแปลงเปอร์เซ็นต์เป็นมิลลิกรัม

เคยทำแล้ว อ่าน 6 นาที 23 ตุลาคม 2569 ความงามเรื่องใหม่ 2026 กฎ งานวิจัย และเทรนด์ที่ต้องรู้ · บทที่ 14/20

อ่านจบแล้วจะรู้
  • EU จำกัดเรตินอล เรตินิลอะซิเตต และเรตินิลปาล์มิเตต ไว้ที่ 0.05% (คิดเป็นเรตินอล) ในโลชั่นทาตัว และ 0.3% ในผลิตภัณฑ์อื่น พร้อมคำเตือนบังคับบนฉลาก
  • อัลฟาอาร์บูตินไม่เกิน 2% ในครีมทาหน้า 0.5% ในโลชั่นทาตัว อาร์บูตินไม่เกิน 7% ในครีมทาหน้า กรดโคจิกไม่เกิน 1% ในผลิตภัณฑ์สำหรับหน้าและมือ
  • สินค้าเรตินอลที่ไม่ผ่านเกณฑ์ห้ามวางตลาด EU ใหม่ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2025 และต้องหายจากชั้นภายใน 1 พฤษภาคม 2027
  • 0.3% คือ 3 มิลลิกรัมต่อผลิตภัณฑ์ 1 กรัม ตัวเลขบนหน้ากล่องบางครั้งเป็นเปอร์เซ็นต์ของส่วนผสมสำเร็จรูป ไม่ใช่ของเรตินอลบริสุทธิ์

สหภาพยุโรปออกกฎ Commission Regulation (EU) 2024/996 ตั้งเพดานเรตินอล (วิตามินเอ) ในเครื่องสำอางไว้ที่ 0.3% สำหรับผลิตภัณฑ์ทั่วไป และ 0.05% สำหรับโลชั่นทาตัว พร้อมจำกัดสารที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ปรับสีผิวอีกสามตัว คือ อัลฟาอาร์บูติน 2% อาร์บูติน 7% และกรดโคจิก 1% บทนี้สรุปตัวเลข วันบังคับใช้ และวิธีอ่านเปอร์เซ็นต์บนฉลากให้รู้ว่าในขวดมีเท่าไหร่จริง

กฎนี้ครอบคลุมอะไรบ้าง

กฎลงวันที่ 3 เมษายน 2024 แก้ภาคผนวกของกฎเครื่องสำอางหลักของ EU (1223/2009) หลายเรื่องพร้อมกัน

สารใช้ที่ไหนเพดาน
Retinol, Retinyl Acetate, Retinyl Palmitateโลชั่นทาตัว0.05% RE
ผลิตภัณฑ์อื่นทั้งแบบทิ้งไว้และล้างออก0.3% RE
Alpha-Arbutinครีมทาหน้า2%
โลชั่นทาตัว0.5%
Arbutinครีมทาหน้า7%
Kojic Acidผลิตภัณฑ์สำหรับหน้าและมือ1%
Genisteinทุกผลิตภัณฑ์0.007%
Daidzeinทุกผลิตภัณฑ์0.02%
4-Methylbenzylidene Camphor (สารกันแดด)ทุกผลิตภัณฑ์ห้ามใช้

RE ย่อมาจาก Retinol Equivalent คือคิดทุกตัวในกลุ่มนี้เป็นปริมาณเรตินอล รูปเอสเทอร์อย่าง retinyl palmitate จึงต้องแปลงก่อนเทียบกับเพดาน ไม่ใช่ดูเปอร์เซ็นต์ของเอสเทอร์ตรง ๆ

กฎนี้ยังปรับเงื่อนไขของสารกันเสีย triclosan และ triclocarban ด้วย รวมเป็นสารที่ถูกจับตาเรื่องผลต่อระบบฮอร์โมน 6 ตัว (4-MBC, genistein, daidzein, กรดโคจิก, triclosan, triclocarban)

ทำไมต้องจำกัด

วิตามินเอ SCCS ทบทวนความเห็นในปี 2022 ว่าเรตินอลในเครื่องสำอางปลอดภัยที่ 0.05% RE ในโลชั่นทาตัว และ 0.3% RE ในผลิตภัณฑ์อื่น แต่ระบุว่าคนที่ได้วิตามินเอจากอาหารและอาหารเสริมสูงที่สุดราว 5% ของประชากร อาจได้รับรวมเกินไป EU จึงบังคับให้ทุกผลิตภัณฑ์ที่มีสามตัวนี้เขียนบนฉลากว่า

Contains Vitamin A. Consider your daily intake before use.

แปลว่า มีวิตามินเอ ควรคิดถึงปริมาณที่ได้รับในแต่ละวันก่อนใช้ โลชั่นทาตัวได้เพดานต่ำกว่า เพราะทาพื้นที่กว้างกว่าหน้ามาก

อาร์บูตินและอัลฟาอาร์บูติน SCCS ปี 2023 ยืนยันว่าปลอดภัยที่ระดับข้างบน แต่ทั้งสองตัวเกี่ยวข้องกับไฮโดรควิโนน กฎจึงกำหนดให้ไฮโดรควิโนนในสูตรต่ำที่สุดเท่าที่ทำได้ ไม่เกินระดับปนเปื้อนที่เลี่ยงไม่ได้

กรดโคจิก SCCS ปี 2022 สรุปว่าปลอดภัยที่ไม่เกิน 1% ในบทบาทสารปรับสีผิว กฎจึงจำกัดไว้ที่ 1% และใช้ได้เฉพาะผลิตภัณฑ์สำหรับหน้าและมือ

1 ก.พ. 2025กลุ่มอาร์บูติน1 พ.ย. 2025ห้ามวางตลาดเรตินอลที่เกินเพดาน1 พ.ค. 20264-MBC ต้องหมดจากตลาด1 พ.ค. 2027เรตินอลเกินเพดานต้องหมดจากชั้น
ห้ามวางตลาดใหม่ก่อน แล้วค่อยหมดจากชั้น

วันบังคับใช้ ตอนนี้ถึงไหนแล้ว

กฎแยกวันเป็นสองแบบ วันห้าม วางตลาดใหม่ (placing on the market) และวันห้าม วางขายบนชั้น (making available)

กลุ่มห้ามวางตลาดใหม่ห้ามวางขายบนชั้น
อาร์บูติน อัลฟาอาร์บูติน กรดโคจิก genistein daidzein1 ก.พ. 20251 พ.ย. 2025
สารกันแดด 4-MBC1 พ.ค. 20251 พ.ค. 2026
เรตินอลและเอสเทอร์1 พ.ย. 20251 พ.ค. 2027

ณ ปลายปี 2026 กลุ่มอาร์บูตินและ 4-MBC ครบกำหนดหมดแล้ว ส่วนเรตินอล สินค้าใหม่ต้องผ่านเกณฑ์แล้ว แต่ของเก่ายังขายได้ถึง 1 พฤษภาคม 2027 EU ให้เรตินอลนานกว่าเพราะไม่มีความกังวลเร่งด่วน และระดับที่ใช้ในท้องตลาดส่วนใหญ่ไม่เกินระดับที่ SCCS ถือว่าปลอดภัยอยู่แล้ว

ตัวอย่าง: อ่านเปอร์เซ็นต์เป็นมิลลิกรัม

เปอร์เซ็นต์ในเครื่องสำอางคือ น้ำหนักต่อน้ำหนัก 1% = 1 กรัมในผลิตภัณฑ์ 100 กรัม = 10 มิลลิกรัมต่อกรัม

เซรั่มทาหน้า 30 กรัม ที่ 0.3%

  1. 0.3% = 3 มิลลิกรัมต่อกรัม
  2. 30 กรัม × 3 = 90 มิลลิกรัม ของเรตินอลทั้งขวด (ถ้าใช้ถึงเพดาน)

โลชั่นทาตัว 200 กรัม ที่ 0.05%

  1. 0.05% = 0.5 มิลลิกรัมต่อกรัม
  2. 200 × 0.5 = 100 มิลลิกรัม ทั้งขวด ใกล้เคียงกับเซรั่มแม้เปอร์เซ็นต์ต่ำกว่า 6 เท่า เพราะทาทั้งตัวในปริมาณมากกว่า

ฉลากเขียน “1% retinol”

  1. ถ้าเป็นเรตินอลบริสุทธิ์ 1% ในผลิตภัณฑ์ทาหน้า เท่ากับ 1 ÷ 0.3 ≈ 3.3 เท่า ของเพดาน EU
  2. แต่บางผลิตภัณฑ์หมายถึงส่วนผสมสำเร็จรูปที่มีเรตินอลอยู่ข้างในแค่ส่วนหนึ่ง ตัวเลขหน้ากล่องจึงบอกปริมาณเรตินอลจริงไม่ได้เสมอ ถ้าอยากรู้ ถามผู้ขายว่า กี่เปอร์เซ็นต์ของเรตินอลบริสุทธิ์

ตัวเลขหน้ากล่องกับเปอร์เซ็นต์ของสารบริสุทธิ์ อาจไม่ใช่ตัวเดียวกัน ถามให้ชัดก่อนเทียบกับเพดาน

ใช้กับคนไทยยังไง

กฎนี้ใช้กับสินค้าที่ขายใน EU สินค้าที่ขายในไทยอยู่ใต้กฎของ อย. ไทย ตัวเลขของ EU ใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงได้ว่าหน่วยงานด้านความปลอดภัยใหญ่แห่งหนึ่งมองว่าระดับไหนพอดี

  • ใช้หลายผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินเอพร้อมกัน เช่น เซรั่ม ครีมรอบดวงตา ครีมกลางคืน ปริมาณรวมก็เพิ่มขึ้น
  • ใช้ของใหม่ทีละตัว และทดสอบก่อนตามบท ทดสอบการแพ้ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่
  • ทากันแดดทุกวันเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ดูปริมาณที่ต้องใช้ใน กันแดด SPF กับ PA

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • คิดว่าเปอร์เซ็นต์ยิ่งสูงยิ่งดี เพดานของ EU คือระดับที่ประเมินแล้วว่าปลอดภัย ไม่ใช่ระดับที่ “อ่อนเกินไป”
  • ซ้อนหลายผลิตภัณฑ์วิตามินเอ แต่ละตัวผ่านเพดาน แต่รวมกันได้มากขึ้น
  • ไม่บอกแพทย์ว่ากินวิตามินเอเสริม คำเตือนบนฉลากมีไว้เพราะเรื่องนี้
  • คิดว่าสารปรับสีผิวในครีมทาหน้าใช้ทาตัวได้ในเปอร์เซ็นต์เดียวกัน อัลฟาอาร์บูตินในโลชั่นทาตัวมีเพดานแค่ 0.5% ต่ำกว่าครีมทาหน้า 4 เท่า
  • ใช้ต่อทั้งที่แสบแดงลอกไม่หยุด หยุดใช้ และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

แหล่งข้อมูล

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม EU ถึงจำกัดเรตินอล ทั้งที่เป็นวิตามิน

SCCS ประเมินว่าเรตินอลในเครื่องสำอางปลอดภัยในระดับที่กำหนด แต่คนส่วนหนึ่งได้วิตามินเอจากอาหารและอาหารเสริมมากอยู่แล้ว เครื่องสำอางจึงอาจเพิ่มปริมาณรวมจนเกิน EU จึงตั้งเพดานและให้เขียนคำเตือนให้คิดถึงปริมาณที่ได้รับในแต่ละวัน

ตั้งครรภ์ ใช้เรตินอลได้ไหม

บทนี้ไม่ได้ตอบเรื่องนี้ ถ้าตั้งครรภ์ วางแผนมีบุตร หรือกินวิตามินเอเสริมอยู่ ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินเอ

กฎนี้ครอบคลุมยาทาเรตินอยด์ที่แพทย์สั่งไหม

ไม่ กฎนี้เป็นกฎเครื่องสำอาง และระบุชื่อไว้แค่สามตัว คือ Retinol, Retinyl Acetate และ Retinyl Palmitate ยาที่แพทย์สั่งอยู่ใต้กฎหมายยา ใช้ตามที่แพทย์แนะนำ

เนื้อหาเป็นแนวทางทั่วไป ผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้อใช้ต่างกัน อ่านคำแนะนำบนฉลากเสมอ ถ้ามีอาการแพ้ ปรึกษาแพทย์

อ่านต่อ

#ผิวเคยทำแล้ว

สารกันแดด bemotrizinol ที่ยุโรปและเอเชียใช้มานาน เพิ่งผ่าน FDA สหรัฐฯ ทำไมช้า

FDA สหรัฐฯ ออกคำสั่งขั้นสุดท้ายรับ bemotrizinol เป็นสารกันแดดตัวใหม่ 9 มิ.ย. 2026 มีผล 9 ส.ค. 2026 ที่ไม่เกิน 6% ส่วน EU และอาเซียนให้ถึง 10% มานาน ทำไมช้าและหมายถึงอะไร

อ่าน 5 นาที
#ผิวเคยทำแล้ว

ผลทดสอบออสเตรเลีย กันแดด 16 จาก 20 ตัว ได้ SPF ต่ำกว่าฉลาก แล้วเราจะเลือกยังไง

องค์กรผู้บริโภคออสเตรเลียทดสอบกันแดด SPF 50 ขึ้นไป 20 ตัว พบ 16 ตัวไม่ผ่าน หน่วยงานกำกับตามตรวจสูตรร่วม มีการเรียกคืน ทำไม SPF แกว่ง และเลือกกันแดดยังไงให้ยังป้องกันได้

อ่าน 5 นาที
#ผิวมือใหม่

เด็กวัยทวีน กับ สกินแคร์ ตามคลิป งานวิจัย 100 คลิป และสิ่งที่ผิวเด็กต้องการจริง

งานวิจัยใน Pediatrics ดู 100 คลิปสกินแคร์ของเด็ก 7-18 ปี เจอสารออกฤทธิ์ที่อาจระคายเคืองเฉลี่ย 11 ตัว กันแดดแค่ 1 ใน 4 ผิวเด็กต้องการแค่ล้าง บำรุง กันแดด

อ่าน 6 นาที